อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563

ทล.แฉอุบัติเหตุบนท้องถนน มาจากพฤติกรรมคนขับ85%

"ผู้การทางหลวง" ชี้ชัดอุบัติเหตุบนท้องถนน สาเหตุมาจาก "คนขับ" กว่า 85% ที่มีพฤติกรรมขับซิ่งสูงสุด ประกาศนำร่อง "จับจริง" ถ้าขับซิ่งเกินกำหนด พร้อมเร่งสำรวจ "จุดเสี่ยง" ปรับปรุงเส้นทางรับประชาชนแห่กลับบ้านสงกรานต์ เตือน "วิ่งทางตรง" อย่าประมาท เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยสุด อังคารที่ 28 มีนาคม 2560 เวลา 07.07 น.


ตามที่หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์“เดลินิวส์” ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับและมูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขและความเป็นผู้นำ หรือซูเปอร์โพลร่วมรณรงค์ “ลดตาย” คุมเข้มการลดอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ และลดจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ความคืบหน้าในเรื่องนี้ พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กล่าวถึงมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เพื่อใหัการแก้ปัญหาได้ตรงจุด กรมทางหลวงได้นำผลวิจัยมาประกอบการวิเคราะห์หาสาเหตุ ประเภทรถ และข้อหาที่มีการกระทำผิดมากที่สุด ซึ่งได้ข้อสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ มาจาก "พฤติกรรมการของคนขับ" กว่าร้อยละ 85 และเป็นกรณีของ "การขับรถเร็ว" รองลงมาคือ "การหลับใน" หรือ "ตัดหน้ากระชั้นชิด เมาสุราและขับรถย้อนศร" โดยสัดส่วนของหลับในและตัดหน้ากระชั้นชิดค่อนข้างใกล้เคียงกันคือประมาณร้อยละ 26 ขณะที่ประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด หากเป็นช่วงปกติคือรถยนต์ แต่ช่วงเทศกาล รถกระบะมียอดอุบัติเหตุสูงสุด รองลงมาคือรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 

"เป็นที่น่าสังเกตว่า ที่ผ่านมามักมีความเข้าใจผิดว่า รถทางไกลมักเกิดอุบัติเหตุง่าย ทั้งที่จริงแล้วที่ต้องระวังคือรถที่วิ่งในท้องถิ่น ซึ่งจากข้อมูลของกรมทางหลวง อุบัติเหตุหลายครั้งเกิดจากการชนกันเองของรถในท้องถิ่น และเพื่อเป็นการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้ กรมทางหลวงได้ส่งสารวัตรทางหลวงลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับผู้นำท้องถิ่น เพื่อขอความร่วมมือประชาชนไม่นำรถทางการเกษตรหรือรถจักรยานยนต์ดัดแปลงผิดกฎหมาย ขึ้นมาวิ่งในทาง ที่ผ่านมาสามารถลดอุบัติเหตุทางหลวงได้พอสมควร ขอย้ำว่าการวิเคราะห์ข้อมูลก่อนวางแผน ทำให้การแก้ไขเห็นผล"พล.ต.ต.สมชายกล่าว

ผบก.ทล. กล่าวต่อว่า ปัญหาขับรถเร็วซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ นอกจากการวัดความเร็วแล้ว ยังมีปัจจัยสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังและพิจารณาประกอบกันคือ สภาพแวดล้อมอื่น เช่น ลักษณะพื้นถนน ไฟส่องสว่าง ต้นไม้ริมทาง ตลอดจนสภาพอากาศเมื่อฝนตกหรือมีการเล่นน้ำ ระหว่างนี้กรมทางหลวงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สำรวจเส้นทางเพื่อทำการซ่อมแซม ปรับปรุง และเตรียมจุดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงการเตรียมข้อมูลเพื่อกำหนดจุดเฝ้าระวังแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ถนนด้วยความระวัง โดยในปีนี้นอกจากกำลังตำรวจและท้องถิ่นแล้ว รัฐบาลได้ประสานให้กำลังทหารในพื้นที่ใกล้เคียงร่วมตั้งจุดอำนวยความสะดวกด้วย

ผบก.ทล. ยังเชื่อว่าหลายมาตรการที่ออกมาบังคับใช้ในช่วงนี้ จะทำให้ยอดอุบัติเหตุลดลงได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน เพราะผลการวิจัยชี้ให้เห็นแล้วว่า พฤติกรรมของคนมีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายก็ต้องเข้มงวดเพื่อให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎ สร้างความปลอดภัยให้ทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมทาง เช่น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์หากพบเห็นพฤติกรรมที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมาย อาทิ ไม่สวมหมวกกันน๊อค บรรทุกคนจำนวนมากขึ้นกระบะรถ ก็ต้องขอสกัดกั้นด้วยความปรารถดี ไม่ให้เกิดเหตุร้ายด้วยการเจรจาขอยึดรถไว้ชั่วคราว ขอให้ประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย สำหรับผู้ขับขี่รถด้วยความเร็วและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ในช่วงใกล้เทศกาลกรมทางหลวงได้เก็บข้อมูลการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายแล้วกว่า 60,000 ราย ส่วนใหญ่มาจากการขับรถเร็ว การเก็บข้อมูลระยะแรกคือระหว่างวันที่ 9-15 มี.ค. จับกุมผู้ขับรถเร็วได้ 24,775 ราย ส่วนระยะที่สองระหว่างวันที่ 18-24 มี.ค. จับกุมผู้ขับรถเร็วได้ 27,584 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานการวิเคราะห์อุบัติเหตุในช่วงวันหยุดยาว พบพื้นที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือบริเวณ "ทางตรง" รองลงมาคือ "ทางโค้ง" และ "ทางร่วมทางแยก" ขณะที่ช่วงเวลาเกิดเหตุบ่อยสุดคือ 12.00-16.00 น.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 84