อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

ยกย่องพ่อพิมพ์หัวใจทองคำ ควักเงินเดือนจ้างครูสอนนร.

ยกย่องครูผู้เสียยสละ! พ่อพิมพ์หนุ่มหัวใจทองคำ ควักเงินเดือนจ้างครูสอนเด็กเพิ่ม เผยครูไม่พอ-ไม่มีผู้อำนวยการบริหาร ตั้งปณิธานช่วยเด็กเป็นสิ่งแรก ลั่นไม่อยากเห็นโรงเรียนถูกยุบ หลังเจ้าตัวต้องย้ายไปสอนที่อื่น จันทร์ที่ 1 พฤษภาคม 2560 เวลา 12.47 น.


กรณีโลกออนไลน์แห่เข้าไปให้กำลังใจ และชื่นชมการกระทำของครูหนุ่มรายหนึ่ง หลังเพจชื่อดัง @แหม่มโพธิ์ดำ ได้นำเรื่องราวอ้างว่าเขียนโดยผู้ปกครองของนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ระบุว่า หนูรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อจะส่งข้อความมาหาควีน เล่าเรื่องราวเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มค่ะ มีครูท่านหนึ่งสอนหนังสือเด็กประถมอยู่ที่รร.บ้านดงบาก อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ชื่อครูศุภกิจ ครูท่านนี้จะนำเงินเดือนส่วนหนึ่งของท่านมาพัฒนาโรงเรียน พาเด็กออกทัศนศึกษา เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเล็กๆ นักเรียนไม่ถึงร้อย และกำลังจะถูกยุบในเร็วๆ นี้ ไม่ค่อยมีงบประมาณเท่าไหร่ หนูเลยอยากรบกวนให้ควีนแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับครูคนนี้หน่อยค่ะ ครูเป็นคนดีจริงๆ นะคะ ทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพียงแต่อยากเห็นนักเรียน ซึ่งเรียกว่าลูกๆ มีความสุขค่ะ ขอบคุณควีนล่วงหน้านะคะ”





ล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 1 พ.ค. เดลินิวส์ออนไลน์ ได้รับการเปิดเผยจาก “นายศุภกิจ วิทยาศิลป์” อายุ 37 ปี ครูหนุ่มคนดังกล่าว ระบุว่า เมื่อปี 56 ตนสอบบรรจุเข้ามาลับดับที่ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษา ทำหน้าที่เป็นข้าราชการครูสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 4 ปีแล้ว ที่ตนแบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่ง เพื่อนำมาช่วยเหลือโรงเรียน เป็นค่าจ้างเพิ่มเติมให้ครูอัตราจ้างมาช่วยสอนเด็กๆ และใช้ในกิจกรรมอย่างอื่น โดยขณะนี้มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาล-ป.6 รวม 48 คน (เว้น ป.4 ไม่มีนักเรียน) และครู 5 คน ประกอบด้วยครูประจำชั้นอนุบาล, ป.1, ป.2, ป.3 และป.4-ป.6 ตนเป็นผู้รับผิดชอบ สอนทุกๆ วิชา แต่วิชาที่ตนถนัดคือภาษาอังกฤษ และไม่มีผู้อำนวยการ เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จึงไม่มีการบรรจุตำแหน่งระดับผู้บริหารเข้ามา ถ้าตนย้ายโรงเรียนไปแล้ว “ผมยังจะขอช่วยโรงเรียนบ้านดงบากเหมือนเดิม อย่าว่าผมโง่เลยนะครับ ผมรักเด็กๆ ผมรักโรงเรียนนี้จริงๆ ถึงผมจะไม่รวย ผมก็พออยู่ได้ ขอเว้นเรื่องนี้เพราะมันสร้างความสุขให้ผมครับ”



“ไม่อยากให้มองเรื่องตัวเงิน แต่ขอบคุณที่ให้กำลังใจ โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเล็กๆ ไม่มีผู้อำนวยการ โรงเรียนเราก็ขาดแคลนงบประมาณเหมือนโรงเรียนเล็กๆ ตามชนบททั่วๆ ไป แต่เราพออยู่ได้ครับ เราสอนให้เด็กๆ รู้จักพอเพียง ผมเลี้ยงเด็กทุกคนเหมือนลูก ตัดคำว่าครูออกไป เอาคำว่าพ่อเติมเต็มลงไป สอนให้รักหมู่บ้าน ดูแลชุมชน แข่งกับตัวเองอย่าแข่งกับคนอื่นน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงร.9 เด็กรักครู-ครูรักเด็ก ปรับใช้ปฏิรูปการศึกษา ส่วนผมพออยู่ได้ครับ แต่ปัญหาของผมตอนนี้ คือ ผมต้องย้ายกลับไปอยู่ในเมือง ผมเป็นห่วงเด็กๆ แค่นั้นเองครับ แต่ผมมั่นใจว่าครูทุกท่านที่เหลือจะดูแลเด็กได้ เราไม่ขออะไรนะครับ ขอแค่กำลังใจให้เด็กๆ ได้รู้ว่ามีผู้ใหญ่ใจดีอยู่ทุกแห่ง คอยให้กำลังใจเขาอยู่ ผมเองก็จะแวะเวียนมาดูแลเด็กๆ กลุ่มนี้อยู่ห่างๆ” นายศุภกิจ กล่าวให้ฟัง

ครูหนุ่มคนเดิม ยังเผยต่ออีกว่า ระยะทางกว่า 80 กม. จากตัวเมือง โรงเรียนจึงอยู่ติดชายแดน เป็นเหตุให้ตนต้องอาศัยที่บ้านพักครู ซึ่งการกระทำดังกล่าวของตนไม่มีผลกระทบทางครอบครัว แม้ตนจะเพิ่งมีลูกวัย 1 ขวบ หรือภรรยาก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด โดยในวันที่ 5 พ.ค. เหตุจำเป็นของตนที่จะต้องไปรายงานตัวที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง จึงได้บอกลาลูกๆ นักเรียนของตนว่า “ให้รักชุมชนของเรา พ่อจะมีลูกแค่นี้ ไม่รู้ว่าจะได้ไปสอนที่ไหน พ่อยังไม่ทราบโรงเรียน” ขณะที่นโยบายในระดับผู้บริหารที่เกี่ยวเนื่องกับการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ตนไม่ทราบว่าจะต้องมีนักเรียนจำนวนเท่าไหร่ ถึงจะไม่ถูกยุบโรงเรียน เนื่องจากปีที่ผ่านมา โรงเรียนรอบข้างที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 20 คน ก็ถูกยุบไปแล้ว ในใจของตนไม่อยากให้ถูกยุบ แต่อยากให้มีคนมาช่วยเหลือมากกว่า อยากเห็นจิตวิญญาณของความเป็นครูที่จะมาสานฝันของเด็กให้ได้เรียนสูงที่สุด.





ขอบคุณภาพ : @ศุภกิจ วิทยาศิลป์

 

ได้เวลาที่พ่อต้องไปแล้ว ความทรงจำดีๆ ของเรายังอยู่ใช่ไหม

โพสต์โดย ศุภกิจ วิทยาศิลป์ บน 30 เมษายน 2017


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น