อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สาวใช้มหาภัยทำงานแค่2วัน ใช้มีดจี้นายจ้างเปิดเซฟ

เกิดเหตุสาวใช้พม่าแสบ ใช้มีดจี้นายจ้างหวังชิงทรัพย์ บังคับเปิดเซฟขู่ทำร้ายเด็ก ด้านนายจ้างสาวหลอกล่อเอาตัวรอดมาได้ สาวพม่าได้เงินไปแค่ 900 รีบเผ่นหนีทิ้งบัตรผ่านแดนพร้อมเสื้อผ้าไว้ เผยเพิ่งรับเข้าทำงานได้แค่ 2 วัน เสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2560 เวลา 10.00 น.

เมื่่อเวลา 08.00 น.วันที่  20 พ.ค. ร.ต.อ.เอกประยูร  กำลา ร้อยสอบสวน สภ แม่สอด จ.ตาก ได้รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ ที่บริเวณบ้านเลขที่ 866 หมู่ที่ 2 ต.แม่ปะ ถนนสาย อ.แม่สอด –อ.แม่ระมาด จึงรุดไปตรวจสอบ พบนางณัฐญา แก้วจา อายุ 51 ปี เจ้าของบ้านและดีเจผู้จัดการสถานีวิทยุท้องถิ่นวิทยุเอฟเอ็ม 99.25 ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ พร้อมกับบรรดาญาติที่มาที่เกิดเหตุด้วยหน้าตาตื่นตกใจ   โดยนางณัฐยาได้พาตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีดปลายแหลมยาว 1 ฟุต เชือกไนล่อน 1 เส้นและไม้นิ้วยาว ประมาณ 1.30 ซม 1 อัน วางอยู่พื้นบริเวณหน้าห้องทำงานในห้องนอน พบตู้เซฟมีกุญแจคาอยู่ บริเวณภายในบ้านพบเอกสารบัตรผ่านแดนของนางซานมิ้นมิว สาวใช้มหาภัยรายนี้กับเสื้อผ้าที่เตรียมหลบหนีอยู่หน้าบ้าน



จากการสอบสวน นางณัฐญาให้การว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้คือ น.ส.ซานมิ้นมิว อายุ 38 ปี ชาวเมียนมาลูกจ้างที่รับเข้ามาทำงานเพียง 2 วันเท่านั้น โดยเมื่อเวลา 06.00น.น.ส.ซานมิ้วมิว ได้ถือมีดปลายแหลม แล้วเคาะประตูห้องนอนเจ้าบ้านเพื่อจะชิงทรัพย์ โดยขอเงิน 1 หมื่นบาท แล้วใช้มีดจี้บังคับตนเอง จากนั้นเข้าไปในห้องนอน แล้วบังคับให้เปิดตู้เซฟ หากไม่ให้จะใช้อาวุธทำร้ายหลานสาววัย 4 ขวบ ที่นอนอยู่ภายในห้องนอน  ตนจึงไปเปิดตู้เซฟแต่ด้วยความกลัวตื่นเต้นเกิดอาการมือสั่นจนจำรหัสไม่ได้ จึงหยิบเงินที่วางบนโต๊ะประมาณ 900 บาทให้ สาวใช้แสบรายนี้ไป และพยายามเจรจาเพื่อให้หลานปลอดภัย พร้อมกับหลอกล่อคนร้ายออกมาที่ประตูเมื่อคนร้ายเผลอ จึงได้ผลักออกไปข้างนอกและล็อกประตูห้อง จากนั้นจึงแจ้งตำรวจ ขณะที่สาวใช้รายนี้รีบวิ่งหนี และทิ้งถุงเสื้อผ้าพร้อมกับบัตรข้ามแดนไว้หน้าบ้าน   ขณะที่ตำรวจได้สั่งการทางวิทยุส่งรูปพรรณสัณฐาน แล้วให้จัดชุดสายตรวจและจุดสกัดตามแนวชายแดนให้เร่งติดตามตัวสาวใช้มหาภัยรายนี้แล้ว ซึ่งเชื่อยังจะหลบอยู่ในพื้นที่แม่สอด





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 245