อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แพทย์แนะวิธีหยุดเอดส์96% ดีกว่าใช้ถุงยาง-ไม่ง้อวัคซีน

นานาชาติยกย่องแพทย์ไทย “หมอประพันธ์” เป็น 1 ใน 4 ของโลก เผยวิธีป้องกันเอดส์ดีที่สุด 96% แนะกินยาต้านไวรัส ช่วยลดตัวเลขคนไข้ได้มากกว่าถุงยางฯ-วัคซีนเอดส์ จันทร์ที่ 19 มิถุนายน 2560 เวลา 18.36 น.


นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ หลังสมาคมโรคเอดส์นานาชาติ ได้ยกย่องนักวิจัยไทย ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค เป็น 1 ใน 4 นักวิจัยจากทั่วโลก โดยมีผลงานจากการศึกษาวิจัย และรณรงค์เรื่องโรคเอดส์มาตั้งแต่ปี 2527 โดยถูกตีพิมพ์ลงวารสารของสมาคมฯ ราย 3 เดือนฉบับเดือนมิถุนายน ปี 2560 เนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปี และเป็นเดือนที่มีการรายงานเอดส์ครั้งแรกของโลก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 19 มิ.ย. เดลินิวส์ออนไลน์ ได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ประพันธ์ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวให้ฟังว่า ทางสมาคมโรคเอดส์นานาชาติ จึงจัดทำสกู๊ปพิเศษขึ้นมาว่ามีอะไรก้าวหน้าบ้าง จึงคัดเลือกนักวิจัยทั่วโลก 4 ท่าน โดยสิ่งที่น่าตื่นเต้นอีก 3 ท่านล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ นพ.แอนโทนี ฟาวซี นักวิจัยประจำสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติสหรัฐฯ คนไทยจะรู้จักดี เพราะได้รับรางวัลพระราชทานรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 57 ขณะที่ .ฟรังซัวส์ แบร์เร-ซินอยซี สถาบันปาสเตอร์ในกรุงปารีส ผู้ค้นพบว่า HIV เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ ได้รับรางวัลโนเบลในปี 51 คนที่ 3 ดร.คลอไรซา อับดุล การิม นักระบาดวิทยาชาวแอฟริกาใต้ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาตลอดระยะเวลา 30 ปี..



“ผมเองอยู่ในเมืองไทย ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร ก็รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับคัดเลือก 1 ใน 4 ของคนที่มีชื่อเสียงระดับโลก สิ่งที่ตื่นเต้นเราถูกยกขึ้นมาทาบชั้นกับคนดังๆ ส่วนเหตุใดจึงถูกคัดเลือกนั้น คณะกรรมการก็คงจะเลือกจากนักวิจัยทั่วโลก ซึ่งมีหลายพันคน ขึ้นอยู่กับผลงาน การเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ส่วนเหตุผลลึกๆ ทำไมถึงเลือกผมไม่ทราบ ซึ่งผมได้ตอบกลับคำถามส่งให้คณะกรรมการ แต่ก็คงไม่ใช่เฉพาะคำถามและคำตอบเท่านั้นที่ถูกคัดเลือก เขาต้องดูว่าเราเคยไปเสนอผลงานที่ไหนบ้าง เป็นต้น โดยผมไม่เคยคิดว่าการทำงานเยอะแยะ จะได้รับรางวัลอะไร และไม่ใช่ว่าอยู่ติด 1 ใน 4 จะเก่งยอดเยี่ยมอะไร” ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ เผยให้ฟัง

นพ.ประพันธ์ ยังให้ความรู้อีกว่า เมื่อปี 59 ข่าวดีคือสามารถลดอัตราการติดเชื้อรายใหม่ เหลือประมาณ 7,000 คน ซึ่งสิ่งที่ได้ผลกว่าการใช้ถุงยางอนามัย หรือวัคซีนเอดส์ คือการกินยาต้านไวรัส Pre-Exposure Prophylaxis หรือ “PrEP” เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คู่นอนได้ถึงร้อยละ 96 ซึ่งมากกว่าวัคซีนเอดส์ที่ลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ร้อยละ 31 หรือถุงยางอนามัยร้อยละ 80 ฉะนั้นการรักษาผู้ติดเชื้อเอดส์ จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดในขณะนี้ ควรพยายามบอกให้ทราบว่าใครที่ติดเชื้อ จะต้องทานยา แล้วตัวเลขคนไข้จะลดลงได้ อย่างไรก็ตามยาต้านไวรัสดังกล่าว ยังสามารถใช้กับผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ เช่น ชายรักชาย หรือผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน โดยติดตามผลในระยะยาว 1-2 ปี พบว่าป้องกันได้ 92-96% ซึ่งเป็นการให้ยาต้านไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อ และเป็นยาที่ทานเพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อเอดส์ที่ดีที่สุด โดยทานทุกวันตราบเท่าที่มีความเสี่ยง กระทั่งเมื่อมีคู่แน่นอนตายตัว หรือไม่ยุ่งกับใคร ก็ไม่ต้องทาน. 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.38K