อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563

นาทีน้องเบนซ์เดินตกท่อ หน่วยงานอ้างไร้งบซ่อม(คลิป)

เปิดใจ “น้องเบนซ์” สาวดวงซวย เผยวินาทีเดินตกท่อระบายน้ำสนิมเขรอะ แผลยาว 15 ซม. รองนายกเทศมนตรีอ้างไร้งบประมาณแก้ไขตะแกรงเหล็ก ศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2560 เวลา 13.37 น.

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่คลิปวีดิโอ ขณะที่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ขณะเดินอยู่ริมฟุตบาทบริเวณ ซ.เมืองเอก พหลโยธิน 87 และตกหลุมท่อตะแกรงเหล็กระบายน้ำ พร้อมระบุข้อความว่า “ฝาท่อระบายน้ำไม่มีอะไรปิดไว้ เพื่อนจึงพลัดตกลงไป ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งไม่ใช่ความประมาทส่วนตัว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นใจผู้ได้รับบาดเจ็บ และเข้ามาแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายไปมากกว่านี้” จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และส่งต่อคลิปวีดิโอดังกล่าวอยากมากในโลกออนไลน์ และมีผู้เข้าชมแล้วกว่า 1.6 ล้านคน 

ล่าสุด น.ส.กัณฐภรณ์ อินทรประสิทธิ์ หรือ "น้องเบนซ์" นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังเดินไปซื้อของหน้าปากซอย แต่ไม่สามารถเดินบนทางเท้าได้ เนื่องจากมีร้านค้าขายของอยู่ จังหวะที่ใกล้จะข้ามถนนไม่ได้สังเกตว่าท่อระบายน้ำมีช่องโหว่อยู่จึงตกลง ไปก่อนที่เพื่อนอีกคนจะรีบเข้ามาช่วยเหลือ ล่าสุดวันนี้นายณรงค์ อู่ทรัพย์ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองคูคต ได้เดินทางเข้ามาพูดคุยพร้อมชดใช้ค่าเสียหายเป็นการส่วนตัว โดยอ้างว่าเทศบาลยังไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซมท่อตะแกรงเหล็กดังกล่าว



“ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นทราบดีว่าท่อเหล็กนี้ชำรุดมานานแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาแก้ไข ขณะนี้ยังมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณขา มีแผลถลอกยาว 15 ซม. และต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลทุกวันจนกว่าแผลจะหาย ซึ่งยังคงต้องระวังเนื่องจากท่อเหล็กดังกล่าวมีสนิมติดอยู่มาก อย่างไรก็ตามจะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต่อไป และอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีผู้บาดเจ็บรายต่อไป” ผู้เสียหาย กล่าว..

 
Posted by Jason R. Hofer on Thursday, July 27, 2017


ขอบคุณภาพและคลิปวีดิโอจาก Jason R. Hofer

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%