อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ไขข้อข้องใจกินบุฟเฟ่ต์เหลือ ไม่จ่ายค่าปรับได้จริงหรือ?

เมื่อ"ลูกค้าหัวหมอ" ไม่จ่ายค่าปรับกินบุฟเฟ่ต์เหลือ อ้างอาหารไหม้เกรียมกินไม่ได้ ขอจ่ายแค่ค่าอาหารปกติ ทำแบบนี้ก็ได้จริงหรือ? ทนายรู้ใจไขข้อกฎหมาย ให้เจ้าของร้านไม่เสียเปรียบ อังคารที่ 12 กันยายน 2560 เวลา 13.23 น.

จากกรณี ร้านขายอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์ใน จ.ชลบุรี แจ้งความ ตำรวจ สภ.เสม็ด  หลังถูกลูกค้าในร้านเบี้ยวจ่ายค่าปรับกินกุ้งเผาเหลือทิ้งหลายกิโลกรัม และไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะฝ่ายลูกค้าอ้างว่าทางร้านบังคับให้กิน "กุ้งไหม้ "  โดยทางร้านอธิบายว่าไม่ได้บังคับ แต่เห็นว่ากุ้งดังกล่าวมีไหม้อยู่เพียงแค่ 2 จานเล็กเท่านั้น ขณะที่อีก 2 จานใหญ่และอาหารอีกหลายอย่างถูกเหลือทิ้งไว้เกลื่อน ซึ่งภายหลังตำรวจเจรจาไกล่เกลี่ยจนลูกค้ายอมเสียค่าปรับให้ร้าน 200 บาท เรื่องจึงเป็นที่ยุติ ตามที่ปรากฏเหตุมาแล้วนั้น 

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายคู่ใจ ให้สัมภาษณ์ "เดลินิวส์ออนไลน์" ถึงแง่มุมกฎหมายในเรื่องนี้ว่า สิ่งแรกที่ควรรับทราบไว้ก็คือ เมื่อร้านค้าเสนอขายอาหารโดยมีการติดป้ายบอกราคาและค่าปรับหากทานเหลืออย่างชัดเจน ทางลูกค้าเข้ามาใช้บริการรับทราบกฎกติกาเข้ามาใช้บริการแล้ว เป็นสิทธิการซื้อขายขั้นพื้นฐานและถือเป็นมารยาททางสังคม ดังนั้นหากลูกค้าทานเหลือแล้วไม่ยอมเสียค่าปรับ คดีนี้จึงเป็นความทางแพ่ง ที่ตกลงกันไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับความอาญาแต่อย่างใด เพราะมีการเสนอและสนองกันแล้ว



อย่างไรก็ตามเมื่อลูกค้ายอมจ่ายค่าอาหารปกติ แต่ไม่ขอจ่ายค่าปรับอาหารเหลือ แม้จะผิดสัญญาที่ตกลงกัน แต่ทางร้านก็ไม่สามารถกักขังหน่วงเหนี่ยวลูกค้าได้ "ย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าห้ามหน่วงเหนี่ยวกักตัวลูกค้าไว้เป็นอันขาด เพราะจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบต้องคดีอาญาทันที... "

ขณะเดียวกันทาง "ตำรวจ" ก็ม่สามารถดำเนินคดีลูกค้ารายนี้ได้เช่นกัน เพราะ ไม่ใช่ความอาญา นอกจากเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยคู่กรณีทั้งสอง ซึ่งหากตกลงกันได้เรื่องก็เป็นที่ยุติ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้แนะนำให้ฝ่ายเจ้าของร้านถ่ายรูปลูกค้ารายนี้เอาไว้ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น จากนั้นก็เก็บรายละเอียดตรวจสอบว่าลูกค้ารายนี้เป็นใครอย่างไร อาจจะดูทะเบียนรถยนต์-จักรยานยนต์ประกอบด้วย เพื่อแจ้งความลงประจำวันกับตำรวจ นำไปฟ้องร้องต่อศาลผู้บริโภค เพื่อให้ลูกค้ารายนี้จ่ายค่าเสียหายทั้งหมด หรือ หากไม่อยากเสียเวลาก็แจ้งพนักงานร้านห้ามไม่ให้ลูกค้ารายนี้มาใช้บริการอีกต่อไป.

ขอบคุณข้อมูลกฎหมายและภาพจากเพจเฟซบุ๊ก นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายคู่ใจ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 3.33K