อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

พญาเสือ-อช.เขาแหลม ตัดต้นยางรุกป่าจัดระเบียบเรือ-แพ

ฉก.พญาเสือ ร่วมอุทยานฯเขาแหลม ลุยตัดต้นยางรุกป่าอนุรักษ์ จ่อยึดอีกกว่า 300 ไร่ พร้อมเร่งจัดระเบียบเรือ-แพ พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560 เวลา 20.20 น.

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.ชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หน.อุทยานฯเขาแหลม นายสุภาพ งามทองเหลือง ผช.อช.เขาแหลม พ.ต.ต.ณหริ เทพจักรินทร์ สว.บก.ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อช.เขาแหลม อช.ลำคลองงู หน่วยป้องกันรักษาป่า กจ.10 ทหาร กอ.รมน. ทหารฉก.ลาดหญ้า ทหารร้อยรส. กว่า 50 นาย เดินทางไปยังบริเวณพื้นที่ป่าบ้านวังขยาย หมู่ 1 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสวนยางพาราอายุราว 3 ปี จำนวน 10 ไร่ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดไว้เนื่องจากพบมีการบุกรุกในพื้นที่หลังปี พ.ศ.2557 โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานฯเขาแหลม เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังใช้เลื่อยโซ่ยนต์ตัดโค่นต้นยางพาราทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
 
นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หน.อุทยานฯเขาแหลม เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมายการทวงคืนผืนป่าที่บุกรุกพื้นที่หลังปีพ.ศ. 2547 จนถึงปี พ.ศ. 2557 ในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม 213 แปลง เนื้อที่ 7,338 ไร่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ดำเนินการแล้ว จำนวน 142 แปลง เนื้อที่ 5,048.28 ไร่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ดำเนินการแล้ว 13 แปลง เนื้อที่ 206.62 ไร่ พื้นที่เป้าหมายเพื่อบังคับใช้กฎหมายผู้บุกรุกปลูกยางพาราในพื้นที่อนุรักษ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม 52 แปลง เนื้อที่ 2,308.96 ไร่ รื้อถอนไปแล้ว 23 แปลง เนื้อที่ 840 ไร่คงเหลือยังไม่รื้อถอน 29 แปลง เนื้อที่ 1,468.96ไร่


 
จากนั้นนายชัยวัฒน์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสวนยางพาราแปลงใหญ่ เนื้อที่กว่า 300ไร่ เบื้องต้นทราบว่าในจำนวนพื้นที่ 13 แปลง เป็นชื่อบุคคลเดียวกันและอีก 2 แปลง มีนามสกุลเดียวกัน เป็นที่สังเกตว่าจะเป็นลักษณะนายทุน ไม่ใช่ชาวบ้านท้องถิ่นหรือผู้ยากไร้ ซึ่งจะได้ติดตามให้ผู้ครอบครองนำเอกสารการครอบครองมาแสดงซึ่งหากไม่มีเอกสารหลักฐานการครอบครองหรือไม่ใช่ผู้ยากไร้ตามที่กฏหมายกำหนดก็จะได้ตรวจยึดคืนพื้นที่ต่อไป
   
ต่อมาคณะของนายชัยวัฒน์ ได้เดินทางไปยังบริเวณบ้านท่าแพริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ โดยมีการประชุมร่วมกับชาวบ้านที่ประกอบการท้องที่อำเภอสังขละ และอำเภอทองผาภูมิ พบประชาชน ผู้ประกอบอาชีพ แพท่องเที่ยว และ แพอาศัยมารอประชุม จำนวน 40 ราย เพื่อสรุปการดำเนินการ และตรวจเรื่องการยื่นแพท่องเที่ยวและยื่นการใช้เรือในเขื่อนวชิราลงกรณ์ โดยมีผู้ยื่นไว้ทั้งหมด เรือบริการ อ.สังขละบุรี 63 ราย 99 ลำ อ.ทองผาภูมิ เรือ 10 ราย 33 ลำ วัดระดับเสียง ได้เฉลี่ย 78 -80 เดซิเบล ถือว่าผ่านการตรวจสอบ ซึ่งการควบคุม มาตรฐานกรมขนส่งทางบกการใช้ระดับเสียงของเรือต้องไม่เกิน 90 เดซิเบล


   
นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า แนวทางการจัดระเบียบ เรื่องแพการท่องเที่ยวที่ต้องไปอยู่ในโซนบริการ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดเป็นพื้นที่และจัดแนวเขตควบคุมอย่างชัดเจน และได้มีระเบียบควบคุมตามแบบที่กรมฯ กำหนดให้ และแนวทางหารือ เช่น ต้องไปอยู่ในพื้นที่ตัดให้ทุกราย ผู้ประกอบการายใดไม่ปฏิบัติตามถือว่าผิดระเบียบ ต้องถูกดำเนินคดี รูปแบบแพ ต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คือสามารถผ่านการตรวจสอบจากกรมเจ้าท่าอีกทางด้วย และที่สำคัญต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียถูกต้องตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด แต่ผู้ประกอบการบางรายที่ยังไม่พร้อม ขอเสนอเงื่อนเวลาจากสามเดือนเป็นหกเดือนนั้น ทางคณะเจ้าหน้าที่รับความเห็นและจะนำเข้าคณะกรรมการจัดระเบียบแพอีกครั้ง แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มิได้ขัดข้องแต่อย่างใดทั้งสองฝ่าย
     
โดยผู้ประกอบการต่างพอใจและสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำในเรื่องของจำนวนแพ และความสะอาด สิ่งที่สำคัญคือ ทุกรายยึดตามคำขอเดิมซึ่งมีผู้ยื่นแพท่องเที่ยวจำนวน 36 ราย 122 แพ ทุกราย ผู้ประกอบการยอมรับว่าจะไม่มีการสร้างเพิ่ม ส่วนเรือยื่นขอตรวจทั้งหมด 15 ราย 33 ลำ ทั้งนี้ส่วนที่เหลือถ้ายังไม่มีการขึ้นบัญชีถ้ามีการทำผิดเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น