อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

นักท่องเที่ยวร้อยชีวิตหนีตาย ไฟไหม้โรงแรมดังเชียงใหม่

นักท่องเที่ยวนับร้อยหนีตายออกจากโรงแรมชื่อดังในเชียงใหม่ หลังเกิดเพลิงไหม้ โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุคาดไฟลุกติดจากปล่องดูดควัน จันทร์ที่ 29 มกราคม 2561 เวลา 23.18 น.

เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 29 ม.ค. พ.ต.ท.ปวิช วังเวียง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงแรมเดอะปาร์ค โฮเทล เชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 444 ถนนช้างคลาน ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จึงได้ประสานรถน้ำดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้าช่วยเหลือ ไปถึงพบทางพนักงานโรงแรมได้นำนักท่องเที่ยวที่มาเข้าพักกว่า 100 คน ออกมายืนด้านหน้าโรงแรม และทราบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทยบางส่วนติดอยู่ในห้องพักของโรงแรม โดยมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งใช้เครื่องดูดควัน ทำการระบายควันไหที่อยู่ด้านในอาคาร พร้อมเร่งเข้าสำรวจตามห้องต่างๆ จนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวออกมาได้ทั้งหมด ไม่มีรายใดได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียงแค่อยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น และก็มีบางรายทางเจ้าหน้าที่ต้องให้นั่งพัก และให้ออกซิเจน เนื่องจากสูดควันเข้าไปเป็นจำนวนมาก จากนั้นทางโรงแรมให้นักท่องเที่ยวขึ้นรถทัวร์ เพื่อเดินทางไปพักยังโรงแรมอื่นๆก่อน



สอบสวน นายพิสิษฐ์ ตันกุล หัวหน้าพ่อครัว ให้การว่า ช่วงเกิดเหตุนั้นได้มีพ่อครัวอีกคนหนึ่งกำลังผัดผักบรอกโคลี เพื่อเตรียมไว้เสริมให้กับนักท่องเที่ยวที่กำลังทานอาหารอยู่ในห้องอาหาร และนักท่องเที่ยวบางคนก็อยู่ในห้องพักแล้ว หลังจากที่ทำการผัดเสร็จก็ยังไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่ต่อมาได้ทราบจากทางพนักงานว่า มีกลุ่มควันลอยออกมาจากปล่องดูดควันที่อยู่เหนือเตาทำอาหาร และคล้ายกับมีประกายไฟด้านในด้วย ตอนแรกคิดว่าจะช่วยกันระงับได้ทัน แต่กลุ่มควันได้ฟุ้งกระจายไปทั้งโรงแรม จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้ทราบดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้น น่าจะเหมือนกับความร้อนจากการทำอาหาร ซึ่งอยู่ในปล่องดูดควัน จากนั้นได้เผาไหม้กับคราบน้ำมันที่อยู่ในปล่องควันจนทำให้เกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายขึ้น จึงทำให้นักท่องเที่ยวตกใจ อย่างไรตาม จะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ มาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 327