อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562

ถกร่าง'พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ' เล็งใช้แบบฝรั่งเศสแต่หวั่นวุ่น

กรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ ถกร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ เล็งใช้รูปแบบฝรั่งเศส ดันบังคับใช้ปลายปี 61 นักวิชาการหวั่นมีปัญหาสังคม คนรุ่นเก่าไม่ยอมรับ แนะแก้กฎหมายให้ได้ประโยชน์ 2 ฝ่าย ศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2561 เวลา 12.31 น.

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่กรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ. ...ว่า กระทรวงยุติธรรมมีแนวคิดยกร่างมาตั้งแต่ปี 2556 ต่อมาคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ ได้เห็นชอบในหลักการ แต่มีข้อเสนอให้ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายของต่างประเทศ ระบบการจดทะเบียนตลอดจนพูดคุยกับองค์กรทางศาสนา ซึ่งอาจจะมีความขัดแย้ง โดยการร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของกลุ่มหลากหลายทางเพศอัตลักษณ์ทางเพศ ที่มีผลบังคับใช้ระหว่างปี 2557-2561 ทั้งนี้ การประชุมวันนี้มีข้อยุติถึงรูปแบบของกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ ซึ่งแนวโน้มอาจใช้รูปแบบของประเทศฝรั่งเศส เริ่มจากการเป็นหุ้นส่วนชีวิต ก่อนพัฒนาเป็นคู่ชีวิตเพื่อให้สังคมมีโอกาสเรียนรู้ปรับตัวทำความเข้าใจก่อนพัฒนาไปสู่การแต่งงานของกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ แม้ในวันนี้สังคมยอมรับการมีอยู่ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ แต่ในทางกฎหมายยังไม่รับรองสิทธิ์ของกลุ่มคนเหล่านี้ หลังจากนี้คณะกรรมการจะประชุมต่อเนื่องโดยวางกรอบระยะเวลาให้กฎหมายฉบับนี้ควรจะแล้วเสร็จมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2561 หรือต้นปี 2562

ด้านนายวิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้กระแสระหว่างประเทศยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการแต่งงานในเพศเดียวกัน ที่ผ่านมาเคยมีคดีขึ้นสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติซึ่งมีข้อตัดสินว่าไม่รับจดทะเบียนสมรสให้กับคนเพศเดียวกัน แต่ประมาณ 50 ประเทศทั่วโลกมีกฎหมายเปิดให้มีการจดทะเบียนคู่ชีวิตหรือการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน เช่น อเมริกา แคนาดา ออสเตรเรีย และประเทศในโซนยุโรป สำหรับทวีปอเมริกาใต้ศาลสิทธิมนุษยชนมีคำตัดสินให้รัฐต้องจดทะเบียนสมรสให้กับคนเพศเดียวกัน โดยคำตัดสินดังกล่าวมีผลครอบคลุมทุกประเทศในอเมริกาใต้ ส่วนในทวีปเอเชียยอมให้มีการแต่งงานของคนเพศเดียวกันที่ประเทศไต้หวัน ส่วนไทยและเวียดนามอยู่ระหว่างริเริ่มยกร่างกฎหมายให้มีการจดทะเบียนคู่ชีวิต

นายวิทิต กล่าวอีกว่า แนวโน้มของประเทศไทยมีทิศทางเริ่มต้นด้วยการจดทะเบียนคู่ชีวิตมากกว่าก้าวกระโดดไปแก้กฎหมายให้มีการแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกัน ซึ่งการริเริ่มจากการเป็นหุ้นส่วนชีวิตหรือคู่ชีวิต จะไม่มีประเด็นทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะไม่ใช่การแต่งงานเพื่อมีบุตร อย่างไรก็ตาม ในการยกร่างกฎหมายควรจะวางแนวทางให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เป็นปัญหากับหน่วยปฏิบัติต่างๆ ต้องมายื่นตีความ

น.ส.สุภาณี พงษ์เรืองพนธ์ เจ้าหน้าที่ด้านธรรมภิบาล สิทธิมนุษยชนความหลากหลายทางเพศสำนักโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNODP ) กล่าวว่า จากการศึกษาร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ ยังยากต่อการหาข้อยุติเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมไทย โดยเฉพาะการร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ ให้แยกออกจากกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้จะยังไม่ทำให้เกิดปัญหากับสังคมไทย แต่ก็ต้องพิจารณาถึงสังคมส่วนใหญ่ที่จะได้ประโยชน์จากกฎหมายดังกล่าวด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีปัญหาไม่เหมาะสมทางการเมือง และอาจมีผลกระทบกับสังคมที่ยังมองไม่เห็น อีกทั้งช่วงวัยของบุคคลที่มีอำนาจออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั้นกฤษฎีกาและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นส่วนใหญ่ไปในทิศทางที่ยังไม่ยอมรับกับร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ หรือการจดทะเบียนแต่งงานกับบุคคลหลากหลายทางเลือก ส่วนข้อเสนอที่ให้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อาจเป็นแนวทางที่สุดโต่งเกินไปในมุมมองของกฤษฎีกา เพราะเห็นว่าการแก้กฎหมายไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่

น.ส.สุภาณี กล่าวอีกว่า ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ยังระบุด้วยว่าประชากรส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับเรื่องการรักกันของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ซึ่งทัศนคติที่ไม่ยอมรับมีความแปรผันกับกลุ่มประชากรรุ่นใหม่ ซึ่งคนกลุ่มเจนวายจะยอมรับมากขึ้น ดังนั้นการสร้างระบบกฎหมายครอบครัวสำหรับกลุ่มหลากหลายทางเพศควรตั้งอยู่บนแผนยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือกฎหมายต้องก่อประโยชน์ให้กับคนส่วนใหญ่ ขณะที่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศก็ได้ประโยชน์ด้วย เนื่องจากคน 2 กลุ่มนี้มีการพึ่งพาอาศัยกันจึงควรให้กฎหมายคู่ชีวิตประสานประโยชน์ให้เกิดความลงรอยกันในสังคม

นายวรพจน์ เจนสวัสดิชัย นักการทูตชำนาญการพิเศษ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศสนับสนุนให้เกิด พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ เพราะในทางปฏิบัติกระทรวงต่างประเทศต้องออกบัตรประจำตัวบุคคลสำคัญ หรือไอดีการ์ดให้กับนักการทูตต่างประเทศที่ถูกส่งมาประจำการในประเทศไทย และที่ผ่านมาหลายคู่ได้จดทะเบียนในลักษณะเดียวกับ พ.ร.บ.คู่ชีวิตฯ ที่ประเทศตนเอง จึงขอให้ทางการไทยรับรองสิทธิ์ของคู่สมรสพร้อมขอให้ออกไอดีการ์ดเป็นลักษณะของคู่สมรสให้ แต่ทางการไทยยังไม่มีกฎหมายดังกล่าวรองรับชัดเจน กระทรวงต่างประเทศทำได้แค่ออกไอดีการ์ดแบบสมาชิกในครอบครัว กรณีนี้ยังเป็นข้อถกเถียงที่ชายหญิงจดทะเบียนแบบการรับรองความสัมพันธ์ทางกฎหมายที่คล้ายคลึงกับการสมรส (Civil Union Relationship) เมื่อถูกส่งตัวมาประจำประเทศไทยควรจะทำอย่างไรและมีแนวทางปฏิบัติเรื่องสิทธิ์อย่างไร.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%