อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562

เปิดชื่อ'เห็ดพิษ'กินถึงตาย เห็นภาพหลอนคล้ายเสพยา

เผยรายชื่อเห็ดพิษกินแล้วตาย เตือนวิธีทดสอบพื้นบ้าน ไม่ชัวร์กินได้หรือมีพิษ แนะดื่มน้ำอุ่นผสมผงถ่านก่อนล้วงคอ รีบส่งโรงพยาบาล พฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.09 น.


เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ข้อมูลว่า แต่ละปีช่วงต้นฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว (พ.ค.-พ.ย.) ชาวบ้านนิยมเก็บเห็ดป่ามากิน รวมทั้งการนำไปขายสร้างรายได้ ทำให้ช่วงเวลานี้พบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการกินเห็ด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการเก็บเห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาติ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะได้รับอันตรายจากสารพิษ ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ตรวจวิเคราะห์ชนิดของสารพิษในเห็ด ประกอบด้วยสารพิษ 3 ชนิดได้แก่ alpha amanitin, beta amanitin และ muscarine



โดยข้อมูลระหว่างปี พ.ศ.2551-2560 อุบัติการณ์ดังกล่าวพบมากในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ซึ่งเห็ดพิษมีหลายชนิด บางชนิดพิษร้ายแรงถึงตาย เช่น “เห็ดระโงกหิน” สารพิษทำให้คนตายได้เท่ากับ 0.1 มก./น้ำหนักตัว 1 กก. จัดเป็นพิษในเห็ดร้ายที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นการต้ม ทอด ย่าง ทำลายพิษไม่ได้ เนื่องจากความร้อนไม่สามารถทำลายสารพิษได้

ส่วน “เห็ดหัวกรวดครีบเขียว” มีพิษทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ขณะที่ “เห็ดขี้วัว” กินเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดจินตนาการเป็นภาพหลอนคล้ายยาเสพติด หรือ “เห็ดน้ำหมึก” ที่ปกติตัวเห็ดไม่มีพิษ แต่อาการพิษจะแสดงเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ภายใน 24-72 ชม. ก่อนหรือหลังกินเห็ดชนิดนั้น จะมีอาการหน้าแดง ปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจเร็วและหายใจลำบาก หัวใจเต้นแรง



สำหรับความเชื่อโดยใช้ความรู้พื้นบ้าน ทดสอบเห็ดพิษด้วยวิธีต่างๆ เช่น นำข้าวสารต้มกับเห็ด ถ้าเป็นพิษข้าวสารจะสุกๆ ดิบๆ หรือสังเกตดอกเห็ดที่มีรอยแมลงสัตว์กัดกิน จะเป็นเห็ดไม่มีพิษนั้น วิธีการเหล่านี้ให้ผลถูกต้องไม่ทั้งหมด หากกินเห็ดมีพิษเข้าไป วิธีช่วยเหลือทำให้อาเจียนออกมาให้มากที่สุด โดยดื่มน้ำอุ่นผสมผงถ่าน หรือน้ำเกลือ 2 แก้ว แล้วล้วงคอเพื่อลดการดูดซึมพิษเข้าสู่ร่างกาย และรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างเห็ดสด (ถ้ามี) ที่เหลือจากการปรุงอาหารส่งตรวจพิสูจน์

อย่างไรก็ตาม ห้องปฏิบัติการพิษวิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังพัฒนาวิธีตรวจจำแนกชนิดของเห็ด โดยใช้ดีเอ็นเอ บาร์โค้ด ช่วยค้นพบสายพันธุ์เห็ดพิษที่ไม่เคยมีรายงานในประเทศไทย ทำให้มีฐานข้อมูลมากกว่า 200 ฐานข้อมูล และจะจัดตั้งฐานข้อมูลอ้างอิงในระดับพันธุกรรมโมเลกุลของเห็ดพิษต่อไป.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 238