อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

ทำกันเยอะ'ขอทานออนไลน์' นักก.ม.ฟันธงผิด-ไม่ผิด

โลกเปลี่ยนมิจฉาชีพ ทำกันมาก “ขอทานออนไลน์”โพสต์หาเงิน เรียกความสงสารไปทุกเพจ ด้าน”ธนาธร ทาคำฟู”นักวิชาการด้านกฎหมายชี้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน เตือนผู้ใช้สื่อออนไลน์ต้องระวัง จันทร์ที่ 11 มิถุนายน 2561 เวลา 11.02 น.

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ในยุคดิจิตอลนี่บางทีก็มีอะไรแปลกๆให้เห็นกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้โลกเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย การหากินแปลกๆ อาชีพหนึ่งที่กำลังฮิตติดลมบนโลกโซเชี่ยลและทำรายได้ให้กับบางคนอย่างเป็นกอบเป็นกำ ถึงขั้นกลายเป็นเศรษฐีย่อมๆกันเลยทีเดียว ลักษณะคือใช้ความสงสารของคนหากิน หรือ จะเรียกอีกอย่างกับคนที่มีอาชีพแบบนี้คือ “ขอทานออนไลน์”โดยคนเหล่านี้จะโพสต์ขอความเห็นใจ สงสารจากคนอื่น ตามเพจต่างๆบอกถึงความยากจนเข็ญใจ ล่าสุดเกิดกรณีมีหนุ่มคนหนึ่งโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า เหลือเงินเพียงในบัญชีเพียงแค่ 60 บาททำให้กดตู้เอทีเอ็มไม่ได้ จึงขอเงิน 40 บาทจากผู้ใจบุญเพื่อให้ครบ 100 บาท แล้วจะกดเงินออกมาเพื่อไปซื้อข้าวกิน  โดยหนุ่มคนนี้ได้ก็อปปี้ข้อความส่งไปยังหลายกลุ่ม จนมีข้อสงสัยว่ากรณีนี้จะมีความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้มีคำตอบ

นายธนาธร ทาคำฟู นักวิชาการด้านกฎหมาย ม.แม่ฟ้าหลวง กล่าวกับ “เดลินิวส์ออนไลน์”ว่า ความผิดฐานฉ้อโกงนั้นผู้กระทำต้องกระทำการใด เพื่อให้ได้เงินของผู้อื่นไปโดยวิธีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงอันควรบอกให้แจ้งโดยทุจริต และการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งเงินของผู้ถูกหลอกลวง หากการโพสต์ขอเงิน 40 บาท เป็นความจริง โดยเมื่อหนุ่มผู้โพสต์ได้เงินจำนวนดังกล่าวไปแล้วก็ยุติการโพสต์ต่อ จะถือว่าการได้เงินจากผู้โอนให้ของผู้โพสต์ เป็นการได้ไปด้วยการขอโดยไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยนและผู้ให้ก็ให้โดยเสน่หา ด้วยความสงสาร ดังนี้ ผู้ขอจึงไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกง

“แต่การที่ผู้โพสต์ได้มีการ copy ข้อความไปโพสต์หลายกลุ่มหรือหลายเพจ โดยใช้ข้อความลักษณะเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะขอรับเงิน 40 บาท เพื่อสมทบให้ครบ 100 บาท ดังที่อ้างในข้อความที่โพสต์อย่างแท้จริง แต่เป็นการหวังได้เงินจากผู้อื่นอย่างไม่จำกัดในหลายช่องทางสุดแล้วแต่ว่าจะมีผู้ใดสงสารและยอมโอนเงินให้ โดยประโยคที่พิมพ์นั้นไม่เป็นความจริง ดังนั้น การโพสต์ให้ผู้พบเห็นข้อความทยอยโอนเงินให้โดยใช้ข้อความซ้ำเหมือนเดิมทุกกลุ่มหรือทุกเพจ จึงมีเจตนาทุจริต ข้อความที่โพสต์ไม่ใช่ความจริงแต่เป็นข้อความเท็จ เป็นการหลอกลวงผู้อ่านข้อความ เมื่อผู้โพสต์ได้เงินไปจากผู้หลงเชื่อ จึงมีความผิดฐานฉ้อโกง และกรณีนี้ได้กระทำในสื่อสังคมออนไลน์ Facebook จึงเป็นการฉ้อโกงประชาชน"นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวด้วยว่า  การที่ปัจจุบันช่องทางสังคมออนไลน์มีความสำคัญกับสังคมไทยยุค 4.0 เป็นอย่างมาก การพิมพ์โพสต์ การตอบเม้นท์ การแชร์ ทำได้รวดเร็ว มีข่าวจริง ข่าวปลอมเยอะไปหมด ผู้ใช้สื่อสังคมโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค จึงต้องมีความระมัดระวังในการเข้าถึง สำหรับผู้ที่หัวใสหวังขอเงินคนอื่นง่ายๆ ด้วยการโพสต์ขอความเห็นใจ ถ้าเป็นเรื่องจริงและไม่โลภมาก ทั้งผู้รับและผู้ให้ก็ต่างอิ่มเอมใจทั้งคู่ แต่หากเมื่อใดผู้โพสต์หลอกลวงซ้ำๆ เล่นกับความมีน้ำใจของคนไทย การทำเช่นนั้นก็จะเป็นความผิดได้ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น
 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 140