อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

'ไตตั้น'เผยติดถ้ำไร้ขนมอาหาร กินน้ำฝนหยดซอกหิน

"แม่น้องไตตั้น" 1 ในทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง เผยเรื่องเล่าจากลูกชาย ระหว่างติดถ้ำไม่มีของกินติดเข้าไปเลยหิวจนแสบท้อง โค้ชเอกปลอบใจและกอดคลายหนาว หลังออกจากรพ. กลุ่มผู้ปกครองเตรียมให้ลูกชายบวช 9 วัน อุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าถ้ำ   ศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2561 เวลา 07.45 น.

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. น.ส.ไอคาน วิบูรณ์รุ่งเรือง อายุ 33 ปี แม่ของเด็กชายชนินทร์ วิบูรณ์รุ่งเรือง หรือ น้องไตตั้น อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6 1 ในทีมหมูป่าที่ติดในถ้ำหลวงซึ่งมีอายุน้อยที่สุด ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับเดลินิวส์ออนไลน์ว่า ตนได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับน้องไตตั้นอย่างใกล้ที่สุดโดยผ่านช่องกระจก ไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวได้ และมีเจ้าหน้าที่พยาบาลคอยแนะนำข้อปฏิบัติต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งยังต้องรอผลเลือดจากการตรวจในห้องแล็บที่กรุงเทพฯ โดยน้องไตตั้นมีสีหน้าสีตายิ้มแย้มแจ่มใสแม้จะดูซูบไปบ้าง ได้เล่าให้แม่ฟังว่า "ไม่มีขนมหรืออาหารใดๆ เข้าไปในถ้ำแต่อย่างใด โค้ชพาเด็กๆ เข้าไปเที่ยวเล่นเฉยๆ ภายหลังซ้อมฟุตบอลตามปกติกะว่าจะอยู่สัก 1 ชั่วโมง เพราะต้องกลับบ้านไปเรียนพิเศษ แต่ฝนเกิดตกน้ำไหลมาแรงและเร็วมาก โค้ชเอกจึงได้บอกทุกคนช่วยกันขุดดินปั้นดินป้องกันน้ำเพื่อเป็นกำแพงกั้นน้ำ แต่น้ำไหลแรงและมาเร็วมาก เอาไม่อยู่ เมื่อน้ำทะลักไหลแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๅ ก็พากันหนีเข้าไปข้างในลึกไปเรื่อยๆ สามคืนแรกน้องไตตั้นเล่ากับแม่ว่า หิวมาก หิวจนแสบท้อง ร้องไห้ กินได้เพียงแต่หยดน้ำฝนที่หยดมาตามซออกหิน กลางคืนหนาวมาก โค้ชเอกจะเป็นคนกอดน้องไตตั้นไว้ป้องกันความหนาว สอนน้องไตตั้นและทุกคนให้นั่งทำสมาธิเพื่อป้องกันอาการเหนื่อยหอบ ไม่ให้เสียพลังงานมากและไม่ให้รู้สึกหิว ตอนนอนก็รู้สึกเบลอๆ พูดละเมอเพ้อตลอด ในถ้ำมันมืดสนิท นอนแทบไม่ได้ เบียดเสียดยัดเยียดกัน

น.ส.ไอคาน กล่าวอีกว่า หากออกจากโรงพยาบาล ได้นัดหมายกันในหมู่ผู้ปกครองของเด็กๆ ทุกคนว่า จะพาลูกบวชเณรเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าถ้ำ โดยยังไม่ได้กำหนดวัด แต่จะบวช 9 วัน ส่วนอาหารนั้นตั้งใจจะเตรียมข้าวเหนียวไก่ย่างไว้ให้ลูก เพราะน้องไตตั้นชอบทานมาก ส่วนทุกวันนี้น้องเล่าว่าทางโรงพยาบาลให้น้องทานอาหารเหลวเท่านั้น

อ่านข่าว "เด็กหายในถ้ำหลวง" ได้ทั้งหมดที่นี่.. คลิก
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.37K