อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562

ยันไร้เหตุข่มขืนสาวอังกฤษ จ่อเอาผิดสื่อพ.ร.บ.คอมพ์

"ผู้การสุราษฎร์" ยันไร้เหตุข่มขืนที่เกาะเต่า หลังเรียกสอบฝ่ายงานเกี่ยวข้อง ลั่นเตรียมให้ฝ่ายกฎหมายเอาผิดพ.ร.บ.คอมพ์ สื่อเว็บไซต์ให้ข่าวเท็จ ชี้เคยกุข่าวมาแล้วหลายครั้ง อาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2561 เวลา 14.50 น.


เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานีได้เรียกประชุมด่วนรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและตำรวจที่เกี่ยวข้อง ติดตามกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ อายุ 19 ปี อ้างว่าเดินทางมาท่องเที่ยวกับเพื่อนที่หาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน ได้ถูกวางยาจนไม่รู้สึกตัวเเละข่มขืน หลังจากที่นั่งดื่มที่บาร์แห่งหนึ่งเหตุเกิดวันที่ 26 มิ.ย. 61โดยไปแจ้งกับตำรวจเกาะพะงัน เเต่ตำรวจไม่ลงข้อมูลเรื่องการข่มขืนเพียงลงว่า โทรศัพท์ Iphone 7 กับเงินสด 3,000 บาทหาย 

ทั้งนี้ในที่ประชุม ได้มีให้การสถานีตำรวจภูธรที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สภ.เกาะเต่า และ สภ.เกาะพะงัน เข้าร่วมประชุมผ่านวิดิโอคอนเฟอเร้นท์ด้วย ซึ่ง พ.ต.อ.สถิต คงเนียน ผกก.สภ.เกาะพะงัน รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ได้มี น.ส.อีสเบล วิคตอเรีย แบคเตอร์ อายุ 20 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนชายชาวต่างชาติ แถบยุโรป เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่า ได้ทำโทรศัพท์มือถือ และ เงินสดจำนวน 3,000 บาทหาย ที่บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา และไม่ยืนยันว่าถูกโจรกรรม หรือ ทำหายเอง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้ทราบว่าผู้เสียหายจะต้องเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ น.ส.วิคตอเรีย อ้างว่าไม่สะดวก และไม่ประสงค์จะดำเนินคดี เพียงแต่ต้องการหลักฐานไปแจ้งเคลมกับประกันภัยเท่านั้น พนักงานสอบสวนจึงได้อำนวยความสะดวก และ ยืนยันว่า ผู้เสียหายไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกข่มขืนแต่อย่างใด...

ขณะที่ พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เกาะเต่า รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ได้มีเจ้าของ ไฮโฮสเทล พื้นที่หมู่ 1 ต.เกาะเต่า แจ้งว่า มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ คือ น.ส.วิคตอเรีย ได้ส่งข้อความมาหาแจ้งว่า ขณะที่พักอยู่ที่เกาะเต่าได้ถูกคนร้ายข่มขืนและชิงโทรศัพท์มือถือไป และขอให้เจ้าของโฮสเทลรับผิดชอบ ซึ่งหลังรับแจ้งตำรวจเกาะเต่าได้เข้าตรวจสอบทันที รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ปรากฏว่าในช่วงเวลาที่ผู้เสียหายอ้างถึงนั้นทิ้งระยะห่างเกินไปทำให้ไม่มีภาพบันทึกไว้ และเมื่อจะสอบปากคำผู้เสียหายปรากฏว่าได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว



ภายหลัง พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของตรวจคนเข้าเมือง พบว่า น.ส.วิคตอเรีย ได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ทางด่านสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.61 แจ้งถิ่นที่อยู่ที่วายออคิดวิลล่า ถนนพระอาทิตย์ ในเขต สน.ชนะสงคราม โดยกำหนดอยู่ในประเทศไทยถึงวันที่ 11 ส.ค.2561 และพบว่าได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 2 ก.ค.2561 ทางด่านสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานไปยังตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานี และ โฮสเทล ที่ผู้เสียหายเข้าพัก เพื่อตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางเข้ามายัง จ.สุราษฎร์ธานี 

“การตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีเหตุการณ์ตามที่ผู้เสียหาย และ การรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศ รวมถึงเว็บเพจส่วนบุคคล โดยขณะนี้ได้รายงานข้อเท็จจริงเสนอไปยังผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายตรวจสอบที่มาไปของข่าว ซึ่งพบว่ามีเว็บไซต์แห่งหนึ่งซึ่งใช้ชื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้นำเสนอข่าวในลักษณะไม่เป็นจริง ซึ่งเข้าข่ายนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นการกระทำต่อเนื่องหลังจากเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ราย ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตบนหาดทรายรี ต.เกาะเต่า เมื่อปี 2557 เป็นต้นมา” พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าว



ติดตามข่าว "สาวอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่า" ได้ทั้งหมดที่นี่..คลิก

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 173