อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

เปิดใจแม่ค้า'ข้าวหมื่นกล่อง' ซวยซ้ำแค่หวังปลดหนี้

เปิดใจแม่ค้าชาวอุตรดิตถ์ หลังถูกมิจฉาชีพเคลือบหน้ากากคนดี ยื่นฟางเส้นสุดท้ายช่วยปลดหนี้ หลอกให้ทำสัปทานส่งข้าวกล่อง แถมน้ำดื่มส่ง 1 หมื่นกล่อง แต่กลับหาเรื่องปรับ ไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง ทำสูญเงินนับล้านบาท! อังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.14 น.


กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ในขณะนี้ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Nutthaphun Munkhemtong ได้โพสต์ในกลุ่ม @ของกินอุตรดิตถ์ ระบุ "เตือนภัยชาวอุตรดิตถ์นะคะ ช่วงนี้แก๊งมิชฉาชีพ หลอกลวง ทำเป็นกระบวนการช่วงนี้ระบาดในบ้านเราอีกครั้ง เคสนี้ที่ชาวบ้านเจอคือสั่ง #น้ำหมื่นถุง #ข้าวหมื่นกล่อง แล้วทิ้งทวนชาวบ้านร้องไห้เสียใจเยอะมาก" จนทำให้ชาวเน็ตต่างแชร์เรื่องราวดังกล่าวเพื่อเตือนภัย และวิจารณ์การกระทำของมิจฉาชีพดังกล่าวเป็นจำนวนมาก 

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย. นางธนิสร กุยแก้ว อายุ 42 ปี เจ้าของเรื่องราวดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์กับ "เดลินิวส์ออนไลน์" เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับพรรณไม้ แต่ธุรกิจย่ำแย่จนมีหนี้สิน ได้โพสต์เรื่องราวชีวิตที่ลำบากลงเฟซบุ๊ก ก็มีคนรู้จักคนหนึ่งชื่อนางอ้อย(นามสมมุติ)ที่เคยซื้อขายของกันมาก่อน ทักมาว่าเห็นใจ อยากช่วยเหลือ โดยให้ทำสัญญาสัมปทานทำอาหารและน้ำดื่มกับบริษัทแห่งหนึ่ง ให้ส่งข้าวกล่องและน้ำดื่มให้กับโรงงานใหญ่จ.พิษณุโลก โดยมีระยะเวลาสัญญาจ้าง 5 ปี เป็นการผลิตข้าวกล่อง ส่งวันจันทร์–ศุกร์ วันละ 1 หมื่นกล่อง น้ำดื่มบรรจุขวด ส่งวันเสาร์–อาทิตย์ วันละ 1 หมื่นขวด และไข่ต้ม ส่งวันจันทร์และวันศุกร์ วันละ 3 หมื่นฟอง เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. ซึ่งในสัญญา ตนจะต้องเสียเงินค่าทำสัมปทาน รวมทั้งค่าขวดบรรจุน้ำดื่ม รวม 106,000 บาท 



แต่กลับปรากฏว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ได้ส่งน้ำดื่มเป็นครั้งแรก นางอ้อยก็มารับไปแล้วนำกลับมาคืน โดยอ้างว่าไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด และจะต้องเสียค่าปรับ 1.5 แสนบาทตามจำนวนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ก็ทำน้ำดื่มส่งให้วันที่ 4 พ.ย. เพื่อเป็นการหักลบกับค่าปรับ ส่วนข้าวกล่องเริ่มทำวันที่ 5 พ.ย.เป็นวันแรก จำนวน 1 หมื่นกล่อง แล้วเสร็จตามเวลาที่ระบุในสัญญา แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและยื้อเวลา โดยมีรถกระบะ 2 คันได้ขนของไปบ้าง ซึ่งก็มีน้องที่รู้จักแอบขับรถตามไปสอบถามจนได้ความว่า เอาของที่ตนทำไปทิ้งไว้ที่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ไปส่งโรงงานที่จ.พิษณุโลกแต่อย่างใด



"เราก็หวังว่างานครั้งนี้จะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น สัญญาต่างๆที่ทำก็ดูมีความน่าเชื่อถือ เราก็ต้องเรารถไปจำนองไว้เพื่อที่จะนำเงินมาซื้อของลงทุน ซื้อของจากเขาที่อ้างว่าซื้อของได้ถูกกว่าตลาด ต้องจ้างชาวบ้านมา 50-60 คนให้ช่วยกันทำจนแทบไม่ได้นอนพัก แต่เขากลับบ่ายเบี่ยง หาข้ออ้างที่บอกว่าเราผิดมาตรฐานต่างๆต้องเสียค่าปรับเพิ่มไปอีกทั้งที่ไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว ทั้งยังเสียเงินไปนับล้านบาท"  นางธนิสรกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

หลังจากนั้น น้องที่รู้จักจึงตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊กเป็นอุทาหรณ์เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้มีชาวเน็ตช่วยกันแชร์ออกไป จนทราบว่า มีบางครอบครัวถูกหลอกจนตรอมใจตายก็มี ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความที่สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ โดยได้เรียกร้องให้เขาชดใช้จ่ายค่าเสียหาย จำนวน 299,000 บาท เป็นค่าสัญญา ค่าอุปกรณ์ และค่าจ้างแรงงาน โดยมีกำหนดที่จะชดใช้ภายในวันที่ 12 พ.ย. หากบิดเบือนหรือไม่จ่ายตามที่ตกลง ก็จะดำเนินการตามกฏหมายต่อไปและจะเอาผิดให้ถึงที่สุด...



ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Nutthaphun Munkhemtong 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    85%
  • ไม่เห็นด้วย
    15%

บอกต่อ : 1.64K