อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

ป.ป.ส.ลั่นไม่ปลดล็อค'กัญชา'หวั่นคุมยาก

เลขา ป.ป.ส.เผยไม่ปลดล็อกสกัดกัญชา แต่ผ่อนปรนอย่างมีเงื่อนไขเ พื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หวั่นควบคุมยาก อังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2561 เวลา 16.10 น.

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.  ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.เปิดเผยความคืบหน้าการเร่งรัดนำพืชกัญชามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรมได้ติดตามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวทุกสัปดาห์  ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการนำพืชเสพติดมาสกัดใช้เพื่อทดลองรักษาโรคในมนุษย์ และไม่ใช่การปลดล็อกแต่ต้องเป็นการผ่อนปรนอย่างมีเงื่อนไข เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ รวมทั้งให้เกิดความปลอดภัยในระยะยาวจริงๆ อย่างไรก็ตามยอมรับว่ารัฐบาลยังมีข้อกังวลใน 3-4 ประเด็นหลักที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คือ การพัฒนาสายพันธ์ การควบคุมพื้นที่ปลูก การสกัดและการสังเคราะห์น้ำมันกัญชาให้เป็นไปตามมาตรฐานในห้องทดลอง และการควบคุมการใช้สารสกัดหรือน้ำมันกัญชาสกัดในผู้ป่วย ซึ่งป.ป.ส.,กระทรวงสาธารณสุข และองค์การอาหารและยา(อย.)ไม่ได้มีข้อขัดแย้งกัน พยายามกำหนดมาตรการทุกๆด้านร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วมให้มากที่สุด  
 
“ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยต้องตรวจสอบตั้งแต่สายพันธุ์กัญชาที่มีส่วนประกอบของสาร THC ที่นำมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชา การควบคุมพื้นที่ปลูกที่ต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดป้องกันไม่ให้นำผลผลิตไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และต้องควบคุมไม่ให้มีสารเคมีและยาฆ่าแมลงปนเปื้อน อย่างไรก็ตามการสกัดน้ำมันกัญชาต้องมุ่งไปสู่การผลิตยารักษาโรคเท่านั้น และต้องมีการควบคุมยาให้ถึงมือผู้ป่วยโดยไม่หลุดรอดไปยังบุคคลทั่วไป”นายนิยม กล่าว 
 
เลขาธิการฯป.ป.ส. กล่าวย้ำว่า จากการรวบรวมผลการศึกษากัญชาจากต่างประเทศพบว่ามีทั้งข้อดีที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคบางชนิด ขณะเดียวกันก็มีผลเสีย ในเมืองโคโรราโด สหรัฐอเมริกาพบว่า ในเพศหญิงมีความต้องการใช้กัญชาเพื่อเสพเพิ่มขึ้นนอกจากนี้ ยังเกิดอุบัติเหตุจากการเสพกัญชาอีกด้วยประเด็นสำคัญคือ แม้จะมีการอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค แต่ยังพบว่ามีกัญชาจากตลาดมืดแทรกเข้ามาปะปนกับกัญชาถูกกฎหมาย จึงทำให้ตัวยาที่สกัดจากกัญชามีสารเคมีปนเปื้อนเป็นอันตรายกับผู้ป่วยเช่นเดียวกัน  ที่ผ่านมาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเรายังไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดเลย เช่นเดียวกันการจะสกัดน้ำมันกัญชา เพื่อนำมาใช้ในการรักษาโรค จึงต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตยืนยันชัดเจนว่า กัญชายังเป็นพืชเสพติดประเภท 5 ไม่มีการปลดล็อคเพื่อนำมาใช้ทั่วไป แต่การนำพืชเสพติดมาใช้ในการรักษาโรคเฉพาะทางถือว่าเป็นการผ่อนปรนอย่างมีเงื่อนไข ภายใต้มาตรการควบคุมดูแลที่เข้มข้นเพื่อประโยชน์ทางด้านสาธารณสุขเท่านั้น
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    2%
  • ไม่เห็นด้วย
    98%

บอกต่อ : 1.53K