อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

'เก๋งขาว'ชี้แจงเหตุแล้งน้ำใจ! จอดไม่หลีกให้'รถพยาบาล'

สาวเจ้าของ "เก๋งสีขาว" เข้าใจถ้าถูกมองแล้งน้ำใจ พร้อมกราบขออภัย "พ่อ" วัย 70 กว่านำรถไปใช้ ทำให้งกๆเงิ่นๆ ไม่ยอมหลีกทางรถพยาบาล พุธที่ 5 ธันวาคม 2561 เวลา 15.10 น.

จากกรณีโลกออนไลน์วิจารณ์กันสนั่นกับคลิปวีดีโอของผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Supanut Sirirattana ซึ่งปรากฏภาพการจราจรติดขัดบนถนนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยในคลิปเผยให้เห็นรถพยาบาล รพ.มหาวิทยาลัยบูรพา กำลังเปิดสัญญาณไซเรนหรือไฟฉุกเฉิน ท่ามกลางรถคันอื่นที่พยายามเบี่ยงออกด้านข้าง เพื่อให้พื้นที่รถพยาบาลไปก่อน แต่กลับมี "รถเก๋งสีขาว" อยู่คันเดียวที่ไม่ยอมขยับไปไหน แม้รถพยาบาลจะเปิดไฟกระพริบขอทาง หรือเจ้าหน้าที่เรียกให้หลบรถแล้วก็ตาม จนสุดท้ายฝ่ายรถพยาบาลจำต้องหาทางอื่น เพื่อรีบนำผู้ป่วยไปส่งยัง รพ.ชลบุรี ให้เร็วที่สุด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. สาวเจ้าของ "รถเก๋งสีขาว" ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปเมื่อวานนี้ ดิฉันอยากจะชี้แจงดังนี้ ก่อนอื่นต้องกราบขออภัยทุกท่าน ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางดิฉันเป็นเจ้าของรถจริง และขณะที่เกิดเหตุเมื่อวานดิฉันยังอยู่ที่ทำงาน พร้อมเพื่อนๆและหัวหน้างาน และได้สอบถามทางบ้าน ซึ่งเวลาดังกล่าวคุณพ่อได้ขับรถออกไปทำธุระจริง ซึ่งคุณพ่อเป็นคนขับ และท่านก็อายุเยอะ70กว่าๆแล้ว

จากที่ได้ดูคลิปแล้วดิฉันก็เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณพ่อก็ชี้แจงว่าไม่มีเจตนาที่จะกีดขวางรถพยาบาลแน่นอน ท่านพยายามจะหลบหลีก แต่ด้วยอายุเยอะการตัดสินอาจจะล่าช้าหรือดูงกๆเงิ่นๆ และคุณพ่อบอกว่า ณ ช่องทางตรงนั้น ถ้าเดินรถไป กลัวว่าจะไม่พ้น ณ สายตาที่ท่านมองอยู่ตรงจุดนั้น จึงทำให้เกิดภาพอย่างที่เห็น ซึ่งท่านก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจที่เพื่อนๆ พี่น้องจะมองว่าเป็นคนแล้งน้ำใจ

แต่ขอยืนยันค่ะว่าครอบครัวเราไม่ใช่คนแบบนั้น และถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ครอบครัวเราพร้อมที่จะหลบหลีกเสมอและตระหนักถึงความสำคัญตรงจุดนี้อยู่แล้ว ดิฉันขอน้อมรับในความคิดเห็นและขออภัย จากใจจริงด้วยค่ะ ข้อความทั้งหมดดิฉันขอยืนยันด้วยความจริงใจ และบริสุทธิ์ใจ และน้อมรับความผิดมา ณ ตรงนี้.



ชมคลิป...

ขอบคุณเจ้าของเฟซบุ๊ก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...
จวกเก๋งขาว'เข้ขวางคลอง' จอดแช่ไม่หลีกให้'รถพยาบาล'


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

บอกต่อ : 22.92K