อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

วินิจฉัยโรคผิดชีวิตเปลี่ยน สาวโวยเจอหั่นมดลูกซ้ำไตหาย!

สาวใหญ่ร้องศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี โวยหมอวินิจฉัยโรคผิด ไม่ยอมรอผลตรวจชิ้นเนื้อ สุดท้ายไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่กลับผ่าตัดหั่นมดลูกทิ้ง แถมเปิดช่องลำไส้ ซ้ำร้ายไตหายไปอีก 1 ข้าง ศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2561 เวลา 23.32 น.


วันที่ 7 ธ.ค. น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี พร้อมมารดา และทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม และร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี ว่าถูกแพทย์ รพ.ชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี วินิจฉัยโรคผิดพลาดมีการผ่าตัดเอาอวัยวะสำคัญออกโดยไม่แจ้งคนไข้ ภายหลังพบว่าไม่ได้เป็นโรคตามที่กล่าวอ้าง ทำให้เกิดความเสียหาย ภายหลังนายกฤษชานนท์ อุทัยเลี้ยง นักวิชาการนโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี มาเป็นผู้รับหนังสือ โดย น.ส.เอ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนหน้านี้กำลังมีแผนแต่งงานกับแฟนหนุ่มชาวสิงคโปร์ และเปิดธุรกิจเนอสเซอรี่ร่วมกัน จึงได้ลาออกจากที่ทำงานเก่าคือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แต่จู่ ๆ ตนมีอาการปวดท้อง แพทย์รพ.หาดใหญ่ วินิจฉัยว่าลำไส้อุดตัน จึงกลับมารักษาตัวที่อุดรธานี

ต่อมา อาการปวดท้องกำเริบอีกรอบ จึงไปพบแพทย์รพ.ชื่อดังในจ.อุดรธานี ปรากฏว่าแพทย์อ้างว่า ตนมีก้อนที่รังไข่และลำไส้ แต่ไม่ต้องผ่าตัดให้ฉีดยาแล้วจะหลุดหายไปเอง จากนั้นไม่นานแพทย์ศัลยกรรมลำไส้กลับแจ้งว่าเป็นมะเร็งแน่นอน 80% แม้จะเจรจาว่าขอให้ตัดชิ้นเนื้อมาตรวจก่อน แต่หมอยืนยันว่าต้องผ่าเลย และมาแจ้งภายหลังว่า ได้ตัดยกเอามดลูก และรังไข่ออกทั้งหมด มีการเปลี่ยนทางเดินไต ตัดลำไส้ และเปิดทวารใหม่ที่หน้าท้องซ้าย โดยไม่มีการแจ้งญาติหน้าห้องผ่าตัดรับรู้ และเมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ แพทย์กลับมาแจ้งว่า "ผลชิ้นเนื้อออกมา ไม่อ่านค่าของมะเร็ง" ซึ่งหมายถึงตนไม่ได้เป็นมะเร็ง ทำให้ตนต้องสูญเสียอวัยวะไปหลายอย่าง นอกจากนี้ยังมีไตอีกข้างหนึ่งที่หายไปด้วย ซึ่งเรื่องของไตนี้ทั้งตนและญาติไม่ได้ยินยอม เพราะหากตัดไปแล้วก็จะทำงานหนักไม่ได้อีก ขณะเดียวกันหลังจากมีการตัดมดลูกออกไป ส่งผลให้แฟนชาวสิงคโปร์ที่เตรียมจะแต่งงานกันต้องมาถอยห่าง เพราะเขาอยากมีลูก แต่ตนมีให้ไม่ได้ สุดท้ายเกิดความท้อใจและเครียดจากที่เคยเป็นเสาหลักครอบครัวกลัวต้องกลายเป็นภาระครอบครัวแทน จนเคยคิดอยากฆ่าตัวตายหลายครั้ง กระทั่งมาตัดสินใจมาร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว 

ขณะที่ผอ.โรงพยาบาลชื่อดังใน จ.อุดรธานี ชี้แจงว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนไปหลายส่วน ซึ่งเรื่องไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนคือ รายงานไปยัง สำนักงานสาธารณสุข จ.อุดรธานี และมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบก่อนจะเยียวยาตาม ม.41 ผู้เสียหายได้อุทธรณ์ขอความเป็นธรรมต่อไปอีก จากการสอบสวนครั้งนั้นไม่มีกรณีของ "ไต" ที่หายไป แต่หากมีการร้องเรียนในประเด็นนี้เพิ่มเข้ามา ก็ต้องมีกรรมการไปสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป.  

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 176