อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562

สปส.เพิ่มสิทธิ์แรงงานนอกระบบ รับประโยชน์มาตรา 40

กระทรวงแรงงาน มุ่งสร้างหลักประกันทางสังคม เป็นธรรม เท่าเทียม คุ้มครองแรงงานได้อย่างทั่วถึง ให้มีคุณภาพชีวิตและมีหลักประกันชีวิต โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบหรือกลุ่มแรงงานอิสระ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์มาตรา40 พุธที่ 12 ธันวาคม 2561 เวลา 07.00 น.


พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เปิดเผยว่า เรื่องของประกันสังคม รัฐบาลก็ให้ความสำคัญเสมอ โดยเฉพาะแรงงานที่เป็นอิสระ ที่มีอยู่ประมาณ 22 ล้านคน ซึ่งในปี 2560 สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์แต่ไม่เพิ่มเงินสมทบให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แค่ 2.7 ล้านคน ส่วนแรงงานที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองอีกจำนวน 20.8 ล้านคน ทางกระทรวงเองได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน 5 ปีต้องส่งเสริมให้ได้ 5 ล้านคน เพื่อให้แรงงานได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 40



คุณวรพล ลิ้มศิริวงศ์ ผู้ประกันตนมาตรา 40 เล่าว่า หลังออกจากงานประจำมา ก็ไม่ได้ทำประกันสังคมมาตราไหนเลย จึงไม่มีคุ้มครองอะไรให้เลย โดยเฉพาะช่วงที่เจ็บป่วยต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด ซึ่งเป็นเงินค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่เมื่อสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 แล้วก็มีความอุ่นใจ ถ้าเราเจ็บป่วย ได้ชดเชยรายได้ ประโยชน์มากโดยเฉพาะการชดเชยรายได้ ไม่ว่าเราจะนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือเป็นผู้ป่วยนอก ก็ได้ชดเชยในส่วนที่เราขาดรายได้ในวันนั้นไป ผมเลือกสมัครเป็นทางเลือกที่3จ่ายเดือนละ 300 บาท ซึ่งมองดูคุ้มค่ากับความคุ้มครองและสิ่งที่จะได้ในอนาคตไปจนถึงวัยชราด้วย





สำหรับประกันสังคม มาตรา 40 ประกันสังคมใหม่ เป็นการขยายประกันสังคม ให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ กลุ่มคนประกอบอาชีพอิสระ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร รวมไปถึงพนักงานอิสระต่าง ๆ ได้มีหลักประกันในชีวิตเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้สมัครรับสิทธิ จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปี บริบูรณ์ ทำงานไม่มีนายจ้าง และต้องไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา33และ39



ผู้ประกันตนสามารถเลือกรูปแบบจ่ายเงินสมทบได้ 3 รูปแบบ คือ
1.ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 70 บาท รัฐจ่ายสมทบ 30 บาท รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ และเงินค่าทำศพ
2. ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบ 50 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 150 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครอง 4 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ
3. ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท รัฐจ่ายสมทบ 150 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 450 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครอง 5 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร



สำหรับสิทธิประโยชน์ของการประกันสังคม มาตรา 40 คือ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย เมื่อนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 300 บาทต่อวันไม่เกิน 30 วันต่อปี เงื่อนไขจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน (การรักษาพยาบาลใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)  เพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่มเป็นวันละ 300 บาท สำหรับกรณีนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเบิกได้ตั้งแต่วันแรกที่นอนโรงพยาบาล /กรณีไม่ได้นอนพักรักษาตัวแต่มีใบรับรองแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัวตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้วันละ 200 บาท กรณีมีใบรับรองแพทย์ ให้หยุดพักรักษาตัว 1-2 วัน ให้ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 50 บาท แต่ไม่เกินคนละ 3 ครั้งต่อปี
-เพิ่มเงินสงเคราะห์กรณีตาย 3,000 บาท เมื่อส่งสมทบมาแล้ว 60 เดือน
-ส่วนกรณีสงเคราะห์บุตร อัตราคนละ 200 บาทต่อเดือนคราวละ 2 คน
กรณีชราภาพ เงินบำเหน็จชราภาพ หากส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนจะได้รับเงินเพิ่มจำนวน 10,000 บาท
-กรณีทุพพลภาพ รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500 - 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลานานถึง 15 ปีเงื่อนไข เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนขึ้นไป (ต้องเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการ แพทย์)
- กรณีตาย รับเงินค่าทำศพจำนวน 20,000 บาทต่อราย เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน ก่อนเสียชีวิต ยกเว้น เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบครบ 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเสียชีวิต
-กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ) ผู้ประกันตนสามารถรับเงินก้อนเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เงื่อนไข มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน



ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ และทาง www.sso.go.th พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน และสามารถจ่ายเงินสมทบได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส เคาน์เตอร์บิ๊กซี เทสโก้โลตัส หรือเคาน์เตอร์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงไทย  ตู้บุญเติม เคาน์เตอร์ CENPAY หรือจะหักผ่านบัญชีธนาคารต่างๆ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร,ธนาคารไทยพาณิชย์,ธนาคารทหารไทย,ธนาคารกสิกรไทย,ธนาคารกรุงเทพ,ธนาคารออมสินและธนาคารธนชาต หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคม สายด่วนโทร. 1506



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 50