อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

ตำรวจกังวลใช้ใบขับขี่ดิจิทัล หวั่นเป็นช่องให้'มิจฉาชีพ'

ตำรวจกังวลการใช้ใบขับขี่ดิจิทัล ทำให้ยึดใบขับขี่ตามก.ม.จราจรไม่ได้ ทั้งไม่ชัวร์ว่าจะพิสูจน์ตัวบุคคลได้จริงหรือไม่จริง ด้านอธิบดีขนส่งฯยัน ปลอดภัยและเชื่อถือได้แน่ อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561 เวลา 12.52 น.

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร ให้สัมภาษณ์กรณีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้พัฒนาระบบใบอนุญาตขับรถ (ใบขับขี่) แบบอัจฉริยะ หรือ "ใบขับขี่ดิจิทัล" โดยจะเปิดใช้งานผ่านแอพพิลิเคชั่น “DLTSmart Licence” บนโทรศัทพ์มือถือสมาร์ทโฟน กลางเดือน ม.ค. 62 ในยุคไทยแลนด์ 4.0 เพื่ออำนวยความสะดวกไม่ต้องพกพาใบขับขี่ว่า ตำรวจเห็นด้วยกับการใช้ใบขับขี่ดิจิทัลของ ขบ. แต่ขณะเดียวกันตำรวจซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบสถานภาพในการขับรถของผู้ที่ได้รับใบขับขี่ ซึ่งต้องพกใบขับขี่ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 140 เนื่องจากเมื่อพบประชาชนฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ตำรวจจะตรวจสอบและเรียกเก็บใบขับขี่ไว้ชั่วคราวพร้อมออกใบสั่ง เพื่อใช้แทนใบขับขี่มีอายุ 7 วัน หลังจากนั้นผู้กระทำผิดต้องมาชำระค่าปรับตามวันเวลาที่ระบุไว้ในใบสั่ง จึงกังวลว่าการใช้ใบขับขี่ดิจิทัล ถ้าประชาชนกระทำผิด อาจจะเรียกเก็บใบขับขี่ไม่ได้

พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้อาจมีปัญหาเรื่องรายละเอียดการตรวจสอบข้อมูลในแอพฯกับผู้ถือใบขับขี่ ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ หรือเป็นใบขับขี่ของบุคคลนั้นจริงหรือไม่ อาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพใช้ข้อมูลของบุคคลอื่นได้ ดังนั้นตำรวจจะเร่งประสานเข้าไปหารือกับ ขบ. เกี่ยวกับรายละเอียดแนวทางปฏิบัติโดยเร็ว ก่อนนำมาใช้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือผลกระทบกับประชาชน ส่วนความคืบหน้าการเชื่อมระบบข้อมูล สตช. กับ ขบ. ในการอายัดทะเบียนและไม่รับชำระภาษีประจำปีกับผู้ที่ไม่ชำระค่าปรับจราจรหรือการเชื่อมใบสั่งนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ ตามแผนต้องให้เชื่อมต่อได้ในเดือน ธ.ค. นี้



ด้านนายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ข้อกังวลของตำรวจเรื่องจะยึดใบขับขี่ดิจิทัลของผู้กระทำผิดกฎจราจรไม่ได้นั้น ส่วนนี้นำมาหารือกันได้ โดยเรื่องเทคโนโลยีที่นำมาใช้พัฒนาแอพฯ สามารถออกแบบเพิ่มข้อมูลในการยึดใบขับขี่เช่น รายละเอียด วัน และเวลายึดใบขับขี่ สำหรับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือข้อมูลในแอพฯกับผู้ถือใบขับขี่เป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่นั้น ระบบดังกล่าวจะคล้ายการโอนเงินผ่านแอพฯมือถือของธนาคาร (อีแบงก์กิ้ง) ซึ่ง ขบ. มีการจัดทำข้อมูลอย่างถูกต้อง ปลอดภัยและเชื่อถือได้เป็นอย่างดี เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนตัวของประชาชนที่มาขอทำใบขับขี่ ส่วนบุคคลที่จะดึงข้อมูลไปใช้เช่น ตำรวจ ต้องหารือรูปแบบการนำไปใช้อีกครั้ง สำหรับใบขับขี่ดิจิทัลนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่ไม่ต้องการพกใบขับขี่และตอบสนองความต้องการไลฟ์สไตล์ (รูปแบบการดำเนินชีวิต) ของคนรุ่นใหม่

นายพีระพล กล่าวอีกว่า ใบขับขี่ดิจิทัลจะใช้ได้เฉพาะประชาชนที่มีใบขับขี่สมาร์ทการ์ดแบบใหม่ที่มีคิวอาร์โค้ดเท่านั้น ส่วนประชาชนที่มีใบขับขี่รุ่นเก่าแบบกระดาษ ต้องมาเปลี่ยนใบขับขี่แบบมีคิวอาร์โค้ด เพื่อต่อยอดเป็นใบขับขี่ดิจิทัล ซึ่งช่วงแรกเมื่อเปิดใช้ใบขับขี่ดิจิทัลจะยังใช้ควบคู่ไปกับใบขับขี่แบบพกพาอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะ อาทิ รถทัวร์ รถตู้ และรถบรรทุกที่ติดตั้งระบบจีพีเอส และต้องมีใบขับขี่รูดเพื่อแสดงตัวตนทุกครั้งก่อนออกเดินทางทุกครั้ง กรณีผู้มีใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยายนต์ (จยย.) หากมีความต้องการและพร้อมใช้ใบขับขี่ดิจิทัลก็ไปทำได้ทันทีอนาคตเมื่อประชาชนมีความพร้อมและคุ้นชินจะปรับเปลี่ยนมาใช้ใบขับขี่ดิจิทัลทั้งหมด 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 72