อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

ยันใช้ยาแก้ไอ&น้ำยาบ้วนปาก เป่าแล้วแอลกอฮอล์ขึ้นจริง

อย. เผยเรื่องจริงไม่โกหก แจงโซเชียลฯ แชร์ใช้ยาแก้ไอ-น้ำยาบ้วนปาก ยันเป่าแล้วแอลกอฮอล์สูงขึ้นจริง แต่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง ชี้ตกค้างในปาก-ลมหายใจ 20-30 นาทีจะลดระดับลง จันทร์ที่ 1 เมษายน 2562 เวลา 12.03 น.


จากกรณีมีการแชร์ข้อมูลที่อ้างว่า เมื่อกินยาแก้ไอ หรือใช้น้ำยาบ้วนปากแล้ว หากไปเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ จะมีระดับแอลกอฮอล์ขึ้นนั้น ล่าสุดวันที่ 1 มี.ค. แฟนเพจเฟซบุ๊ก @FDAThai ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ชี้แจงว่า อันดับแรกควรทำความเข้าใจก่อนว่า "ยาแก้ไอ" ไม่ใช่ทุกตัวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ โดยกฎหมายกำหนดให้ยาแผนปัจจุบันผสมแอลกอฮอล์ได้ ดังนั้นการกินยาน้ำแก้ไอที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จะทำให้มีระดับแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดได้ ขณะที่ "น้ำยาบ้วนปาก" และสเปรย์ดับกลิ่นปาก ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จะทำให้มีแอลกอฮอล์ตกค้างในช่องปาก และลมหายใจเท่านั้น
 
โดยผู้ขับรถ ควรจะทราบ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ทำให้มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่บริเวณช่องปาก และลมหายใจ ประมาณ 20-30 นาที แอลกอฮอล์ก็จะลดลง ต่างจากการดื่มเบียร์ ดื่มเหล้า ที่ทำให้มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด และใช้เวลานานกว่าปริมาณแอลกอฮอล์ถึงจะลดลง.
 
ขอบคุณภาพและที่มา : @FDAThai  


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น