อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

แพทย์เตือนกิน'หลู้หมูดิบ' ปี62ไข้หูดับฆ่า10ศพแล้ว

แพทย์เตือนสงกรานต์เลี่ยงเปิบเมนูหมูสุก ๆ ดิบ ๆ เสี่ยงโรคไข้หูดับติดเชื้อตัดขารุนแรงเสียชีวิต เผยสถิติแค่เม.ย.61 ตายมากสุดถึง 5 ศพ รวทั้งปี 61 ตายแล้ว 29 ศพ ส่วนปี 62 ผ่านไป 3 เดือนพุ่ง 10 ศพแล้ว พุธที่ 10 เมษายน 2562 เวลา 13.08 น.


เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุก ๆ ปี ประชาชนเดินกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะญาติพี่น้อง อาจจัดเลี้ยงหรือทำอาหารในครอบครัว โดยเฉพาะเนื้อหมูที่ชำแหละกันเองในชุมชน แล้วนำมากินดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ลาบ หลู้หมูดิบ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านใส่เลือดหมูดิบผสม หรือการปิ้งย่างไม่สุก ซึ่งเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ หรือโรคติดเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส และอาจทำให้หูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตได้
 
จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้หูดับปี 61 มีผู้ป่วยทั้งหมด 338 ราย เสียชีวิต 29 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน ได้แก่ อายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 106 ราย รองลงมาคือ 55-64 ปี จำนวน 89 ราย และ 45-54 ปี จำนวน 85 ราย เดือนที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือพ.ค. จำนวน 50 ราย รองลงมาคือเดือนเม.ย. จำนวน 45 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หูดับมากที่สุดคือเม.ย. จำนวน 5 ราย
 
สำหรับปี 62 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-28 มี.ค. มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หูดับแล้ว 50 ราย เสียชีวิต 10 ราย กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีโอกาสสูงที่จะพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับเป็นกลุ่มก้อนในพื้นที่ต่าง ๆ เพราะอาจมีการนำเนื้อหมู มาประกอบอาหารแบบดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ ในงานเลี้ยงหรือทำกินเองในครอบครัว
 
นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า กรณีหนุ่มสุโขทัยเล่าประสบการณ์ว่า เมื่อช่วงสงกรานต์หลายปีก่อน ได้กลับบ้านและมีงานเลี้ยงสังสรรค์ กินหลู้ดิบในงาน ทำให้ป่วยและเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจนต้องตัดขา โดยสาเหตุเกิดจากโรคไข้หูดับ จากการกินเนื้อหมูและเลือดหมูดิบนั้น ขอย้ำเตือนถึงความรุนแรงของโรคว่า โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1.การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ รวมทั้งเนื้อหมู เครื่องในและเลือดหมูที่เป็นโรค โดยติดต่อสู่คนทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา 2.เกิดจากการบริโภคเนื้อหมู หรือเลือดหมูที่ปรุงดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ ที่มีเชื้ออยู่ โดยผู้ป่วยจะมีอาการหลังรับประทาน 3-5 วัน จะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง  เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ขอให้รีบพบแพทย์ทันที และบอกประวัติการกินหมูดิบให้ทราบ เพราะหากมาพบแพทย์และวินิจฉัยได้เร็ว จะช่วยลดอัตราการหูหนวกและการเสียชีวิตได้
 
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ติดเชื้อแล้วจะมีอาการป่วยรุนแรง ได้แก่ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น สำหรับวิธีการป้องกันโรค คือ 1.กินหมูสุกเท่านั้น โดยปรุงเนื้อหมูให้สุกทั่วถึงจนเนื้อไม่มีสีแดง ไม่เติมหรือใส่เลือดดิบในอาหาร และควรเลือกซื้อเนื้อหมูที่ไม่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโรงฆ่าสัตว์ 2.ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรค โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้า บู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง.
 
ขอบคุณภาพ : @เพจบิ๊กเกรียน 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 4.03K