อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

จบดราม่าขี่อีแต๋นตามเมีย ฝ่ายหญิงโต้'รักด้วยแข้ง'ไม่ทน!

เพราะรักแล้วช้ำไม่ขอทน เมียแฉกลับหลังตกเป็นข่าว อดีตผัวขับอีแต๋นตามหา กล่าวอ้างเมียรักหนีไปกับชู้ ลั่นโอละพ่อหนังคนละม้วน เลิกกันนานแล้วเพราะทนพฤติกรรมถูกทำร้ายไม่ไหว อังคารที่ 30 เมษายน 2562 เวลา 17.55 น.


จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพชายหนุ่มวัยกลางคน ขี่รถอีแต๋นติดป้ายไวนิล ด้านข้างรถโดยระบุข้อความว่า จากนครราชสีมาไปเชียงใหม่ ตามหาเมียที่หนีตามชู้ไป ทั้งยังระบุชื่อของบุคคลที่จะออกติดตามหา ซึ่งเป็นภาพของบัตรประจำตัวประชาชนเอาไว้ด้วย สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก มีการแชร์ภาพดังกล่าวกันอย่างกว้างขวาง พร้อมกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงเห็นใจหนุ่มโคราชรายนี้ที่ต้องมาเลี้ยงลูกเพียงลำพัง และอยากให้ฝ่ายงานเกี่ยวข้องช่วยติดตามหาตัวภรรยาด้วย เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 เม.ย. พ.ต.อ.ฤกษ์ชัย แสงสว่าง ผกก.สภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากพบเห็นภาพดังกล่าวในโลกออนไลน์ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบยังบ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ จนพบกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ภรรยาของหนุ่มโคราชที่ออกติดตามหา เบื้องต้นพบว่า กินอยู่อาศัยกับสามีใหม่ คือ นายบี อายุ 41 ปี ชาว จ.เชียงใหม่

ภายหลัง น.ส.บี เล่าเรื่องชีวิตครอบครัวให้ฟังว่า เดิมเคยใช้ชีวิตกินอยู่กับหนุ่มโคราชอดีตสามีโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จนมีบุตรด้วยกัน 2 คน ที่ผ่านมาพบว่าอดีตสามีมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราแล้วทำร้ายอยู่เป็นประจำ แต่เพราะมีลูกด้วยกันจึงอดทนเพื่อลูกมาตลอด กระทั่งมาพบกับ นายบี ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยนายบี คอยปลอบใจและให้กำลังใจเรื่อยมา ครั้งสุดท้ายถูกอดีตสามีทำร้ายอย่างหนักและทนพฤติกรรมไม่ไหวแล้ว จึงตัดสินใจบอกเลิกกับอดีตสามี แล้วยังขอลูกไปเลี้ยงด้วย แต่ปรากฏว่าฝ่ายสามีไม่ยอมบอกว่าจะเลี้ยงลูกเอง ภายหลังเลิกกันแล้วได้หันไปคบหากับ นายบี เป็นสามีใหม่และเพิ่งจะอยู่กินได้ประมาณ 2 เดือนเศษ กระทั่งมาทราบข่าวว่า ถูกกล่าวหาว่าไปคบชู้จนเป็นข่าวครึกโครม จึงขอให้อดีตสามีเลิกติดตามหาและเลิกกล่าวหาในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง เหตุที่เลิกกันเป็นเพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรม ยืนยันไม่กลับไปอย่างแน่นอน.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%

บอกต่อ : 49