อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562

อ.เจษฯชี้ส่องกล้องดูเส้นเลือดเล็บ ลวงขายคอร์สสุขภาพ

"อ.เจษฎา" เตือนระวังบูธหลอกตรวจสุขภาพ ให้นำนิ้วส่องกล้องจุลทรรศน์ดูเส้นเลือดที่เล็บแล้วบอกสีแบบนี้มีสารพิษ ก่อนพยายามขายน้ำดื่มหรือคอร์สสุขภาพ อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.35 น.


เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับ "ระวัง ! หลอกตรวจสุขภาพ ด้วยการส่องกล้องดูเส้นเลือดที่เล็บ" ว่า  มีหลังไมค์แจ้งมาว่า เจอการออกบูทสุขภาพที่ห้างแถวบ้าน มีการให้ตรวจร่างกายว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ด้วยการเอานิ้วไปส่องกล้องจุลทรรศน์ ดูเส้นเลือดที่เล็บ แล้วบอกว่า ลักษณะของเส้นเลือดนั้นบอกอาการต่างๆ ได้ เช่น สีนี้คือมีสารพิษ สีนี้คือนอนน้อย (อย่างในภาพ คือ ใช้กล้อง ส่องที่โคนเล็บนิ้วนาง แล้วบอกว่ามีสารพิษกำลังก่อตัว เป็นอันตราย) ก่อนที่จะพยายามขายน้ำดื่มน้ำของเค้า

เรื่องนี้เป็นเรื่องหลอกลวงชัดเจนนะครับ เคยโพสท์เตือนไว้แล้วสำหรับคนไทย ที่ไปเที่ยวเมืองจีนหรือเกาหลี และจะถูกหลอกขายยาสมุนไพร .. แต่ไม่รู้ว่าบ้านเราก็มีหลอกแบบนี้ด้วย

วิธีการตรวจที่เห็นนี้ เค้าเรียกว่า nailfold capillary microscopy หรือการส่องกล้องดูการขดตัวของเส้นเลือดฝอยใต้เล็บ ซึ่งเป็นเทคนิคในการใช้กล้องจุลทรรศน์สเตริโอแบบมุมกว้าง (wide-angle stereo microscope) เพื่อดูว่าเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้เล็บของนิ้วนั้น มีการขดตัวเป็นปรกติดีมั้ย หรือมีการโป่งพองอะไรมั้ย

ประโยชน์จริงๆ ของการตรวจแบบนี้ คือ เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ได้แก่ โรคไขข้อรูมาตอยด์ แบบออโต้อิมมูน (ดู https://www.thairheumatology.org/…/upl…/2016/08/journal87.pdf) และมีการนำไปใช้กับโรคอื่นๆ ด้วย เช่น โรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจระดับไมโครวาสคูล่าร์

แต่การเอามาส่องกล้องแบบนี้ แล้วบอกว่ามีสารพิษ พักผ่อนน้อย เป็นไขมันอุดตันเส้นเลือดหัวใจ ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคตับ ฯลฯ นั้น ไม่ได้นะครับ ต้องทำการตรวจด้วยวิธีอื่นๆ ที่ถูกต้อง .... แถมถ้ามีการขายอาหาร ขายน้ำ ขายคอร์สสุขภาพต่างๆ ตามมาด้วย บอกได้เลยว่าเป็นการหลอกขายของแล้วล่ะครับ

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%

บอกต่อ : 21