อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562

สงสัย13ตู้คอนเทนเนอร์ ลักลอบขนสารเคมีอันตราย 

แหล่งข่าวระดับสูง เผยเจ้าหน้าสงสัย เรือบรรทุกสินค้า KMTC HONGKONG หลังเหตุเพลิงไหม้ อาจมีการลักลอบนำสารเคมีอันตรายขึ้นเรือโดยไม่สำแดง 13 ตู้คอนเทนเนอร์ เร่งตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 เวลา 21.52 น.


จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ บนเรือบรรทุกสินค้า  KMTC HONGKONG บริเวณท่าเทียบเรือ เอ 2 เขตท่าเรือแหลมฉบัง หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยเบื้องต้นพบว่า มีสารเคมีอันตรายถูกเผาไหม้ หากสูดดมควันและละออกเข้าไปก็จะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและผิวหนังแสบร้อน ทางการต้องประกาศพื้นที่สีแดง พร้อมสั่งอพยพคนในชุมชนใกล้เคียงราว 400 คน ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย โดยสารเคมีชนิดนี้คือ แคลเซียมไฮโปรคลอไรต์ และ คลอริเนเตท พาราฟิน แวกซ์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. แหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า หลังเกิดเหตุ ทางท่าเรือแหลมฉบังได้มีบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขึ้นไปตรวจสอบบนเรือบรรทุกสินค้า พบว่ายังคงมีตู้คอนเทนเนอร์อีก 2 ใบ ที่อยู่บริเวณจุดระวางเรือ ยังคงมีความร้อนระอุอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช่เครนยกตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 ใบ ลงมาวางไว้ที่บริเวณท่าเทียบเรือเพื่อทำการดับเพลิงต่อไป ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ทางเรือบรรทุกสินค้า KMTC HONGKONG อาจมีการลักลอบนำสินค้าอันตราย หรือสารเคมีอันตราย มาบรรจุซุกซ่อนไว้ภายในตู้คอนเทนเนอร์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทราบว่า สารที่เกิดระเบิดนั้นเป็น "สารแคลเซียมไฮโบโคราย" บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 13 ตู้ ซุกซ่อนอยู่บนเรือ และจากตรวจสอบฐานข้อมูลการนำเข้าและส่งออกตู้คอนเทนเนอร์บนเรือดังกล่าว พบว่าไม่มีการสำแดงการนำตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 13 ใบ เข้ามาในเขตท่าเรือแหลมฉบัง อย่างไรก็ตามต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะหนึ่ง เพื่อเข้าทำการสอบสวนและสรุปสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะเปิดเผยข้อมูลให้ทราบต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ท่าเรือแหลมฉบัง'กลับลำ พบสารพิษอยู่บนเรือไฟไหม้

หวั่น2สารปนเปื้อนอากาศ อพยพ400ชีวิตอยู่ศูนย์พักพิง

รพ.ยันพบสาร'เรซิน'ฟุ้งกระจาย ชาวบ้านสูดดมเจ็บ64ราย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29