อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

ลูกจ้าง !!! มีสิทธิได้เงินชดเชย เมื่อตกงาน

หากคุณเป็นผู้ประกันตน และส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในระยะเวลาย้อนหลัง 15 เดือน ไม่ได้ออกจากงานเพราะทำผิดกฎหมาย รับสิทธิประโยชน์ได้จากสำนักงานประกันสังคม พฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.




นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม  กล่าวว่า เมื่อลูกจ้างอยู่ในระบบประกันสังคม จะได้รับการดูแลในกรณีถูกเลิกจ้าง หรือต้องลาออกจากงาน ไม่มีงานทำ โดยเฉพาะผู้ที่ประกันตนมาตรา 33 ทางประกันสังคมมีสิทธิประโยชน์ส่วนหนึ่งที่เราเรียกว่า การประกันการว่างงงาน ซึ่งผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ พนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป ซึ่งมีสถานะเป็นลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุน คิดเป็นสัดส่วน ลูกจ้าง 5% + นายจ้าง 5% + รัฐบาล 2.75% ของฐานเงินค่าจ้าง อย่าง กรณีถูกเลิกจ้าง ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50% ของเงินเดือน กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30% ของเงินเดือน






โดยผู้ประกันตนจะต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางาน หรือขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานทางอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมจัดหางาน ภายใน 30วัน นับจากลาออก จากนั้นต้องยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน สปส. 2-01/7 พร้อมเอกสาร คือ บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน ณ สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ และจะต้องรายงานตัวผ่านระบบเดือนละ 1 ครั้ง นอกจากนี้เมื่อผู้ประกันตนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน กรณีออกจากงาน ยังสามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพและกรณีเสียชีวิต






หากผู้ประกันตนประสงค์จะใช้สิทธิประกันสังคมต่อไป สามารถที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 โดยยื่นแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนด้วยตนเองภายในระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่ออกจากงาน ซึ่งผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายประกันสังคมต่อไปรวม 6 กรณี ได้แก่ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, ตายไม่เนื่องจากการทำงาน, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ โดยผู้ประกันตนจะนำส่งเงินสมทบในอัตราเดือนละ 432 บาท และมาตรา 40 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 มี3 ทางเลือก คือ 1.ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 70 บาท รัฐจ่ายสมทบ 30 บาท รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ และเงินค่าทำศพ 2. ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบ 50 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 150 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครอง 4 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ 3. ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท รัฐจ่ายสมทบ 150 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 450 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครอง 5 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร



สำหรับใครที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ถูกเลิกจ้าง จ้างออก สิ้นสุดสัญญาจ้าง ตกงาน อย่าวิตกกังวล รีบไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน เพื่อรับสิทธิประโยชน์ได้จากสำนักงานประกันสังคม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506  เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวทิ้งท้าย    


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%