อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562

พ่อร้องส่งลูกเรียนกวดวิชา ดับปริศนา'ตับฉีก-อัณฑะไหม้'

หวังให้ลูกชายได้เรียนเตรียมทหาร ส่งไปอยู่สถาบันกวดวิชา จู่ๆ ได้รับบาดเจ็บบอบช้ำทั้งภายนอกและภายในจนเสียชีวิต พ่อเชื่อลูกถูกซ้อมดับ แจ้งความตำรวจเอาผิด ลั่น!! ต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูก เสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 เวลา 05.45 น.

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. จากกรณีที่ นายพิษณุ ทรัพย์สิน อายุ 47 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครสวรรค์ ว่า ด.ช.ฐปกร หรือ น้องชายแดน ทรัพย์สิน อายุ 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.สวรรค์ประชารักษ์ หลังเข้าไปพักอาศัยเพื่อศึกษาในการเตรียมตัวสอบนักเรียนเตรียมทหารที่สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองนครสวรรค์ โดยแพทย์ระบุว่า ด.ช.ฐปกร ได้รับความบอบช้ำอย่างมากทั้งจากอวัยวะภายนอกและภายใน รวมถึงมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดอาการเป็นตายเท่ากัน ซึ่งเชื่อว่าลูกชายอาจจะถูกทำร้าย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาสาเหตุและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำด้วยนั้น 

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายพิษณุ เปิดเผยว่า ตอนนี้ลูกชายตนได้เสียชีวิตลงแล้ว ตนรู้สึกเสียใจมาก บ่ายวานนี้ตนได้รับข้อมูลจากแม่ของเด็กชายรายหนึ่งที่เคยไปศึกษาและเก็บตัวอยู่ที่สถาบันกวดวิชาดังกล่าวแต่ได้ถอนตัวออกมาแล้วว่า ภายในมีการใช้การปกครองด้วยกฎแบบเข้มงวด หากมีการทำผิดหรือไม่พอใจอะไรจะมีการใช้ความรุนแรงในการทำโทษ โดยในระหว่างการสนทนากันนั้นตนได้บันทึกเสียงการพูดคุยไว้ทั้งหมด จึงทำให้ทราบเรื่องราวของของการเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ อีกทั้งยังมีบางช่วงบางตอนที่มีการพูดถึงเรื่องลูกชายของตนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ และบางตอนมีการระบุว่าการทำโทษจะมีการใช้วิธีตั้งแต่ให้ไปทำงานบ้านคนเดียวหนักๆ จนเลยเถิดไปถึงการใช้ความรุนแรงถึงขั้นให้นักเรียนคนอื่นๆ รุมซ้อม

นายพิษณุ กล่าวอีกว่า รายงานการชันสูตรศพ ด.ช.ฐปกร พบว่า นอกจากมีแผลศีรษะแตก เย็บ 7 เข็ม และแขนขวาหักแล้ว ยังพบว่าที่บริเวณด้านหลังมีร่องรอยการถูกทุบตีด้วยของแข็งตั้งแต่แผ่นหลังไปจนถึงขาหลายจุดรวมถึงที่อัณฑะมีร่อยรอยไหม้คล้ายถูกไฟลนด้วย ส่วนอวัยวะภายในได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักกระเพาะ ปอดช้ำ ตับอ่อนฉีกขาด โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เป็นการบาดเจ็บของตับอ่อน จากการกระทบต่อช่องท้อง

“ผมเชื่อว่าลูกชายผมต้องถูกรุมทำร้ายอย่างแน่นอน แต่จะเป็นใครรุมทำร้ายนั้นยังไม่สามารถระบุได้ ซึ่งตอนนี้ผมต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมในการเอาผิดส่งให้กับตำรวจ ส่วนในทางคดีทราบว่าทางตำรวจจะมีการเชิญตัวเจ้าของสถาบันกวดวิชามาสอบสวน โดยเรื่องนี้ตนจะดำเนินการเอาผิดเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชายให้ถึงที่สุด” นายพิษณุ กล่าว

เบื้องต้นตำรวจสืบทราบว่า เจ้าของสถาบันกวดวิชาดังกล่าวอดีตเคยเป็นข้าราชการทหาร แต่ลาออกแล้วมาเปิดสถาบันกวดวิชามานานหลายปี ส่วนเรื่องที่ ด.ช.ฐปกรได้รับบาดเจ็บหนักจนอาการโคม่า มีเงื่อนงำมาจากการถูกทำร้ายหรือไม่ ต้องมีการเชิญตัวเจ้าของสถาบันรวมถึงผู้ที่มาเรียนคนอื่นๆ มาสอบปากคำอย่างละเอียดก่อน หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 41