อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ประกันสังคมชี้เจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าได้ทุก รพ.ที่ใกล้สุด

สำนักงานประกันสังคม ชี้ชัดผู้ประกันตน ม. 33 และ ม. 39 หากเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่ใกล้สุด ระยะเวลา 72 ชม. จนพ้นภาวะวิกฤต พุธที่ 3 กรกฎาคม 2562 เวลา 06.30 น.







นางสาวอำพันธ์ ธุววิทย์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลตามสิทธิ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ได้ ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุดได้ทันที เช่น อุบัติเหตุรถชน หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด รวมทั้งอาการที่มีผลต่อการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น หลอดเลือดตีบ-แตก สามารถเข้ารักษาจนพ้นภาวะวิกฤตหรือสามารถเคลื่อนย้ายได้ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน โดยไม่ต้องสำรองจ่าย หากต้องสำรองจ่ายสามารถขอเงินคืนกับประกันสังคมได้ภายใน 72 ชั่วโมง และผู้ประกันตนหรือญาติต้องรีบแจ้งให้โรงพยาบาลตามสิทธิ์ทราบโดยด่วน




หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเข้ารักษาโรงพยาบาลอื่นภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง หากเข้ารักษาในโรงพยาบาลรัฐ สามารถขอรับค่าใช้จ่ายในการรักษาคืนได้ตามค่าใช้จ่ายจริง แต่หากรักษาในโรงพยาบาลเอกชน เบิกคืนได้ตามอัตราที่กำหนด กรณีผู้ป่วยใน ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 2,000 บาท ห้องและค่าอาหารไม่เกิน 700 บาท กรณีรักษาในห้อง ICU ไม่เกิน 4,500 บาท ผ่าตัดใหญ่ไม่เกิน 8,000 – 16,000 บาท (ตามระยะเวลาการผ่าตัด) ค่ายาและอุปกรณ์ ไม่เกิน 4,000 บาท ค่าเอกซเรย์ไม่เกิน 1,000 บาท รวมทั้งค่าวินิจฉัยพิเศษตามเกณฑ์กำหนดและประเภท เริ่มต้นที่ 300 บาท



ส่วนกรณีผู้ป่วยนอก ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 1,000 บาท สารต่อต้านพิษจากเชื้อบาดทะยักเท่าที่จ่ายจริง 400 บาทต่อราย ค่าฉีดวัคซีนหรือเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ค่ายาและอุปกรณ์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย กรณีที่มีภาวะตกเลือดหลังการคลอดหรือภาวะตกเลือดจากการแท้งบุตร เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 2,500 บาทต่อราย โดยกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายฉุกเฉินผู้ประกันตนสามารถขอรับค่าบริการทางการแพทย์ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง  หากมีข้อสงสัยสามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th



“การเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุนั้น ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ดังนั้นขอให้ผู้ประกันตนทราบถึงสิทธิประโยชน์ของตัวเอง ทราบโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม และให้ผู้ประกันตนพกบัตรประจำตัวประชาชนไว้เสมอ หากเกิดเหตุเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทันที จากนั้นรีบแจ้งไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ์ให้ทราบว่าท่านรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลใด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม ถือเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเอง”  นางสาวอำพันธ์ กล่าว



กรณีผู้ประกันตนสำรองจ่าย สามารถนำใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองแพทย์ที่ระบุเหตุผลการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ถึงอาการที่เกิด สำเนาบัตรประชาชน สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร (กรณีขอรับเงินผ่านธนาคาร) รองรับ 11 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาฯ ธนาคารกรุงเทพฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ฯธนาคารกสิกรไทยฯ ธนาคารทหารไทยฯ ธนาคารธนชาตฯ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยฯ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยยื่นเรื่องเบิกที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ จังหวัด สาขาทั่วประเทศที่สะดวก ภายใน 72 ชั่วโมง โดยประกันสังคมจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน หรือสอบถามที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชม. เพราะเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ เพื่อให้ทุกคนได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 73