อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

โซเชียลแห่ติด#แพรวา9ศพ ทะยานที่1เทรนด์ทวิตเตอร์

ญาติเหยื่อออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม ไร้ช่วยเหลือเยียวยา ส่งผล #แพรวา9ศพ กลับมาติดอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์เมืองไทยอีกครั้ง อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 11.15 น.


วันนี้ (16 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกโซเชียลมีเดียในทวิตเตอร์ได้ติดแฮชแท็ก #แพรวา9ศพ อันดับ 1 เทรนด์ทวีตของไทยอย่างไม่น่าเชื่อ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่เป็นข่าวใหญ่ หลังญาติเหยื่อออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาใดๆ เลยจากฝ่ายผู้ก่อเหตุ

ทั้งนี้ ชาวทวิตเตอร์ส่วนใหญ่ได้ทวีตทวงถามความยุติธรรมในคดีนี้ให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในวันนั้น โดยบางคนมีการขุดคุ้ยถึงปัจจุบันของผู้ก่อเหตุในครั้งนั้นอีกครั้ง บ้างก็อ้างว่าผู้ก่อเหตุได้ทำการเปลี่ยนชื่อไปอีก 2-3 ชื่อหลังจากนั้น รวมทั้งมีการแชร์ภาพผู้ก่อเหตุเข้าพิธีสมรสกับแฟนหนุ่มไปเมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นของคืนวันที่ 27 ธ.ค. 2553 เมื่อรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีขาว ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ขับโดย อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ แพรวา ขณะนั้นอายุ 17 ปี แล่นมาด้วยความเร็ว พุ่งเข้าชนท้ายรถตู้สาธารณะ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ไฮแอซ บนทางยกระดับอุตราภิมุขเส้นทางระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กับสถานีหมอชิต (สาย ต.118) ซึ่งมีผู้โดยสาร 14 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นเหตุให้รถตู้คันดังกล่าวฟาดกับขอบทางยกระดับอุตราภิมุขอย่างแรง มีผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ เบื้องต้นเสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บอีก 6 คน ต่อมา ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตลงอีก 1 คน รวมจำนวนผู้โดยสารเสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บ 5 คน ส่วน แพรวาบาดเจ็บเล็กน้อย

ส่วนในด้านคดีนั้น ยังคงดำเนินการเรื่อยมาถึงปัจจุบันและยังไม่สิ้นสุด แม้ศาลจะมีคำพิพากษาให้ผู้ก่อเหตุจำคุกเป็นเวลา 2 ปี รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติจำเลย 3 ปี พร้อมกับบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 48 ชั่วโมง และห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปี แต่ในส่วนการเยียวยาชดเชยผู้เสียหายก็ยังไม่สามารถสรุปได้จนถึงทุกวันนี้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...
-จากปาก'เหยื่อแพรวา' เสนอเงินบอกฟ้องไปก็ไม่ได้อะไร!


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 147