อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ส่อง'มื้อกลางวัน'เด็กญี่ปุ่น มีทั้งอาหาร-นมสด-ยาคูลท์

สัปดาห์นี้พาไปดูการจัดการอาหารกลางวันของโรงเรียนในชิบูย่าที่ประเทศญี่ปุ่น เลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ส่วนนักเรียนปลูกผักเอง เพราะมุ่งเน้นปลอดสารพิษ เสิร์ฟพร้อมนมสดและนมเปรี้ยวจุลินทรีย์โพรไบโอติก พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.00 น.


มาแล้ววววว...สาระความรู้ดี ๆ ที่เกี่ยวกับ “ยาคูลท์” นมเปรี้ยวขวดจิ๋วที่ทุกคนคุ้นเคยกันมานาน ซึ่งอย่างที่ทราบกัน ประเทศแม่ที่เป็นผู้คิดค้นเป็นเจ้าแรกก็คือ “ญี่ปุ่น” ซึ่งรัฐบาลเขาให้ความสำคัญกับวัยเด็กเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต การได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และเต็มไปด้วยสารอาหารถูกต้องตามหลักโภชนาการ ก็จะช่วยส่งเสริมร่างกายให้เติบโตได้อย่างแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมมากที่สุด

ทั้งนี้หากเด็ก ๆ อยู่ที่บ้าน เมนูอาหารคงได้รับการเลือกสรรจากคุณพ่อคุณแม่อย่างเต็มเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์และความอร่อย แต่เมื่อเด็ก ๆ ต้องไปใช้ชีวิตในโรงเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านอีกหลัง หากอาหารที่โรงเรียนจัดสรรไม่ได้คุณภาพ เด็กผู้โชคร้ายก็ต้องตกอยู่กับอาหารเหล่านั้น ต้องจำใจรับประทานกันไป อย่างที่บ้านเราเป็นข่าว เป็นเรื่องเป็นราวให้เห็น ๆ กันอยู่ไม่น้อย



ในวันนี้เราไปสำรวจเมนูอาหารของ Shibuya Honmachi Gakuen Elementary School” โรงเรียนในญี่ปุ่น ประเทศที่ได้ชื่อว่าพัฒนาแล้ว ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากไทยเรานี่เอง แต่ระบบการดูแลนักเรียน ระบบการจัดการอาหาร สร้างเสริมสุขภาพนักเรียน บางสิ่งบางอย่างก็ไปไกลจากไทยเราไม่น้อยเลยทีเดียว

โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตชิบูย่า เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนประมาณ 777 คน ประกอบด้วยชั้นประถมฯ 565 คน เป็นเด็กชาย 311 คน และเด็กหญิง 254 คน ขณะที่นักเรียนชั้นมัธยมต้น 212 คน เป็นเด็กชาย 118 คน และเด็กหญิง 94 คน โดยเป้าหมายทางการศึกษาของโรงเรียนแห่งนี้ เน้นหลักการของความเคารพซึ่งกันและกัน และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ดูแลนักเรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ให้สามารถอยู่ร่วมในสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับตารางการเรียนการสอนนั้น แต่ละห้องเรียนจะมีนักเรียนได้ไม่เกิน 30 คน ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องมีบ้านเรือนใกล้เคียงในเขตพื้นที่โรงเรียน จึงจะสามารถสมัครเข้าเรียนได้ทันที และการเรียนในแต่ละคาบจะมีเวลาเรียน 45 นาที โดยเรียนวันละ 6 คาบเรียน เพื่อให้เด็กได้รับความรู้อย่างเหมาะสม ไม่เกิดความเหนื่อยล้าจนเกินไป อีกทั้งยังส่งเสริมกิจกรรม ทั้งดนตรี กีฬา ศิลปะ ทำอาหาร ธรรมชาติศึกษา เพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

ในส่วนของอาหาร โรงเรียนจะจัดสรรอาหารกลางวันไว้ โดยเน้นอาหารที่มีคุณภาพ ส่งเสริมความแข็งแรง และพัฒนาการของร่างกาย ซึ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องถิ่น และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพจากภูมิภาคอื่น ๆ หมุนเวียนตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น เช่น ข้าว ที่นำมาจาก จ.อาคิตะ ซึ่งอยู่ตอนเหนือของประเทศ ถือเป็นเมืองที่มีแหล่งข้าวที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อนำมาประกอบอาหารที่ได้คุณค่ามากที่สุดแก่นักเรียน



นอกจากนี้ยังหลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ หรือสารปรุงแต่อาหารทุกประเภท ส่วนพืชผักบางชนิดที่นำมาประกอบอาหารก็เป็นฝีมือการปลูกของนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งจะคอยดูแลให้เจริญเติบโตอย่างดี โดยจะมีราคาค่าอาหารรายวันอยู่ที่ 251-338 เยน ซึ่งถือเป็นราคาอาหารที่ต่ำกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งรัฐบาลยังมีส่วนสนับสนุนค่าอาหารแก่นักเรียนด้วย

อย่างไรก็ตาม การประกอบอาหารในโรงเรียน จะมีเจ้าหน้าที่และนักโภชนาการดูแลการปรุงอาหารในแต่ละวัน รวมกว่า 10 คน ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านการอบรบ และมีใบประกอบวิชาชีพการทำอาหาร การโภชนาการจากรัฐบาล อีกทั้งบุคคลผู้ดูแลด้านอาหาร ต้องมีร่างกายแข็งแรง และผ่านการตรวจโรคเพื่อให้การทำอาหารถูกสุขลักษณะสูงสุด

เมื่อประกอบอาหารเสร็จสิ้น ถึงเวลาพักกลางวัน นักเรียนที่นี่จะใช้ห้องเรียนเป็นห้องทานข้าว มีการแบ่งหน้าที่ของนักเรียนประจำห้องเรียน วันละ 5-6 คน หมุนเวียนเพื่อดูแลและคอยผู้ตักอาหารแจกจ่ายให้แก่เพื่อน ๆ ซึ่งนักเรียนทุกช่วงชั้นแม้แต่ ป.1 ก็จะต้องหมุนเวียนฝึกทำหน้าที่ดังกล่าวในชั้นเรียนของตัวเอง เพื่อฝึกทักษะบริหารจัดการ ทำงานส่วนรวม และจะมีครูประจำชั้นคอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงานมากที่สุด

เมนูอาหารกลางวัน จะประกอบด้วยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ข้าว หรือขนมปังที่ให้พลังงาน ผัก ซุป และจะเสริมมื้ออาหารด้วยนมในทุกๆวัน เพื่อเสริมแคลเซียม และคุณประโยชน์ของสารอาหารด้านอื่น ๆ ให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น โดยเมนูอาหารจะหมุนเวียนไปตามวัตถุดิบและฤดูกาล ส่วนนมที่รับประทานเสริมก็จะมีทั้งนมสด และนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์โพรไบโอติก แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ ชิโรต้า ซึ่งโรงเรียนบอกเล่าว่า การเสริมสร้างสุขภาพนักเรียนด้วยทั้งนมสด และนมเปรี้ยว เพราะว่านมทั้งสองมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายที่ต่างกัน โดยนมสดจะช่วยสร้างสร้างแคลเซียม ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ให้โปรตีนแก่ร่างกายของเด็ก ๆ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ส่วนนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ ชิโรต้า คือ นมเปรี้ยวยาคูลท์ ถือเป็นนมที่อยู่คู่กับคนญี่ปุ่น เพราะมีประวัติอันยาวนาน ที่สามารถช่วยให้เด็ก ๆ ได้รับจุลินทรีย์ชิโรต้าที่มีชีวิต และมีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร กำจัดจุลินทรีย์ที่ไม่ดี อีกทั้งจุลินทรีย์ชิโรต้ายังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การดื่มนมทั้งสองรูปแบบควบคู่กัน จึงทำให้เด็ก ๆ ได้รับคุณประโยชน์จากอาหารที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาการด้านสุขภาพที่แข็งแรงมากที่สุดนั่นเอง



สำหรับเมนูอาหารกลางวันที่เราได้พบเห็นจากการไปเยี่ยมเยือนโรงเรียนในวันนั้น คืออาหารกลางวันของเด็ก ๆ ชั้นประถมฯ ประกอบด้วย ขนมปังก้อนใหญ่เนื้อหนานุ่ม ปลาทอดชิ้นใหญ่ ซุปผัก สลัดมันฝรั่ง นมสด และนมเปรี้ยวยาคูลท์ ซึ่งแต่ละคน จะได้รับอาหาร 1 เซต และมีกฎคือทุกคน ต้องรับประทานอาหารของตัวเองให้หมด เพื่อให้ได้รับพลังงานเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเป็นการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบธรรมชาติให้คุ้มค่า

เด็ก ๆ ทุกคน เมื่อทานอาหารหมดเกลี้ยงแล้ว ก็จะนำภาชนะอาหารจัดเก็บด้วยตนเอง และดูแลทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ เพื่อเตรียมพร้อมในการเรียนภาคบ่าย ซึ่งทุกคนล้วนพยายามดูแล ช่วยเหลือตนเอง สะท้อนให้เห็นถึงความมีวินัยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่นอย่างที่สุด.




รู้จักยาคูลท์เพิ่มเติมที่ : @บริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทยจำกัด 
คลิกที่นี่...อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับยาคูลท์ 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32