อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

'แกร็บฟู้ด'ปะทะเดือด'ลูกค้า' แชทด่า'จะแ-กหรือไม่แ-ก'

หนุ่มแกร็บฟู้ดหัวร้อน ด่าลูกค้าเละ ฉุนไม่ยอมตอบข้อความ ถาม "อุตส่าห์ตากฝนไปซื้อให้ มึงจะแ-กหรือจะไม่แ-ก" ก่อนปะทะคารมเดือด ด้านโซเชียลเสียงแตกเป็น 2 ฝั่ง พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 20.50 น.

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. เกิดเป็นกรณีวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อแฟนเพจ "โซเชียล ฮันเตอร์" ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอยาว 6.28 นาที พร้อมระบุข้อความว่า #แนะนำควรอ่านก่อนดูคลิป... Grab food #ช่วยกันแชร์ให้เรื่องถึง Grab food "กูอุส่าห์ตากฝนไปซื้อให้ มึงจะแ-กหรือจะไม่แ-ก" โดยเรื่องเกิดจากว่า ลูกค้าสาวรายหนึ่งได้เรียก grabfood เพื่อสั่งข้าวต้มร้านนึง ก่อนโทรย้ำเมนูกับคนขับ เมื่อวางสายเสร็จ ได้ค้างหน้าข้อความที่คุยกันไว้

จากนั้นเวลา 19.23 น. คนขับส่งข้อความว่า “ถึงแล้ว” แต่เนื่องจากตัวผู้เรียกใช้บริการได้ไปพิมพ์งานและเข้าห้องน้ำ ประกอบกับไม่ได้ดูโทรศัพท์ตลอด จนเมื่อเวลา 19.29 น. ถึงมาเห็นข้อความจึงรีบโทรกลับและเกิดการเถียงกัน จากนั้นคนขับได้พิมพ์ตอบโต้ข้อความกลับมาว่า “กูอุตส่าห์ตากฝนไปซื้อให้ มึงจะแ-กหรือจะไม่แ-ก” จึงได้ลงไปด้านล่าง แล้วเกิดเหตุพูดจากระทบกระทั่งกันตามคลิป

ทั้งนี้ จากคลิปคนขับ Grab food ได้ตะคอกตอบโต้ลูกค้าสาวด้วยความโมโห บอกว่าโทรหาลูกค้าก็ไม่รับ ข้อความก็ไม่ตอบ แม้กระทั่งโทรหา Grab Call Center แล้ว แต่ Call Center แจ้งว่าทำอะไรไม่ได้ ต้องส่งข้อความหาลูกค้าเท่านั้น อีกทั้งยังเล่าด้วยความโมโหว่า เมื่อวานก็เจอลูกค้าแบบนี้ ต้องมากินอาหารเอง 500 กว่าบาท เพราะลูกค้าโทรไปไม่รับ ไลน์ไปไม่รับ ก่อนที่จะพูดขอโทษลูกค้า แต่ลูกค้าสาวรายนี้ไม่รับคำขอโทษ และไม่ขอรับอาหารที่สั่งไป โดยบอกว่าตนเองเป็นลูกค้า ไม่จำเป็นต้องมานั่งเฝ้าโทรศัพท์ และทางผู้ให้บริการก็ไม่ควรใช้คำหยาบคายกับลูกค้าด้วย

ทั้งนี้ หลังคลิปถูกเผยแพร่ไป ก็มีชาวโซเชียลมีเดียเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าในกรณีนี้ผิดทั้งคู่ รวมทั้งยังมีการแสดงความคิดห็นว่า ฝั่งลูกค้าก็ควรจะตรวจดูโทรศัพท์อยู่ตลอด เพื่อดูว่าคนขับมาส่งถึงไหนแล้ว ขณะที่บางส่วนก็เห็นใจคนขับ Grab food ที่ต้องขับรถตากฝน และเข้าใจว่าโมโห แต่ก็ไม่ควรที่จะตอบโต้ด้วยคำหยาบคาย.


ชมคลิป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 42