อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

รถตู้2คันจอดเปลี่ยนยางริมถนน จู่ๆ6ล้อพุ่งชนเจ็บกว่า20

รถตู้โดยสาร 2 คัน จอดช่วยกันเปลี่ยนยางรถ บริเวณริมถนนมอเตอร์เวย์ จู่ๆ รถหกล้อ วิ่งมาพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจัง คนขับ-ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย  พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562 เวลา 08.45 น.

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 19 ก.ย. ร.ต.อ.นัฎ จินดาโชติอมร รองสว.(สอบสวน) ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกหกล้อ ชนท้ายรถตู้โดยสารมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนมอเตอร์เวย์ขาออก มุ่งหน้าพัทยาช่วงกม.ที่ 18+900 แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่ช่วงสะพานยกระดับข้ามทางรถไฟในช่องทางซ้ายสุดพบรถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 60-0814 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน 33-5030 กรุงเทพมหานคร โดยบริเวณท้ายรถตู้ได้รับความเสียหายหนัก

ทั้งนี้ จากการชนของรถบรรทุกทำให้รถตู้คันดังกล่าวพุ่งชนกับรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน 30-0651 อีกคันที่จอดอยู่ด้านหน้าจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งรพ.จุฬรัตน์ 8 จำนวน 7 ราย รพ.สิริธร 2 ราย และรพ.ลาดกระบัง 2 ราย แต่จากการสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์แจ้งว่ามีรถของพลเมืองดีช่วยกันนำคนเจ็บส่งรพ. ไปก่อนแล้วจำนวนหนึ่งโดยรวมๆ แล้วทั้งหมดบาดเจ็บกว่า 20 ราย



จากการสอบสวนทราบว่า รถตู้โดยสารทั้งสองคันกำลังช่วยกันเปลี่ยนยางรถอยู่ในเลนซ้ายสุด ผู้โดยสารรถคันหน้าลงจากรถทั้งหมด ส่วนคันหลังลงบางคน ก่อนที่รถบรรทุกจะขับมาชนอย่างแรงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ทั้งยังมีคนตกลงจากสะพานด้วย เป็นคนขับรถตู้คันแรก ชื่อ นายชาตรี วันทา อายุ 56 ปี กำลังส่องไฟฉายเปลี่ยนยางรถให้คันหน้าอยู่ แต่โชคดีเป็นพื้นหญ้าจึงบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนเจ้าหน้าที่และพลเมืองดีจะให้การช่วยเหลือนำส่งรพ.ทั้งหมด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วประสานรถลากมานำรถไปตรวจสอบ ก่อนจะตามไปดูอาการคนเจ็บที่รพ.ต่างๆ พร้อมทั้งรวบรวมรายชื่อเพื่อเช็คจำนวนที่ถูกต้อง และสอบสวนพยานที่ให้การได้ ก่อนจะสอบสวนคนขับรถบรรทุก และตรวจสอบกล้องวงจรปิดดูเหตุการณ์เพื่อสรุปสาเหตุอีกครั้ง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28