อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562

บ.สุพรีมเจอปรับ83ล้าน ยธ.เลิกสัญญาเช่า'กำไลอีเอ็ม'

ยธ. ยกเลิกสัญญาเช่าใช้"กำไลอีเอ็ม" เรียกค่าเสียหายบ.สุพรีมฯ 83 ล้านบาท ผิดเงื่อนไขทีโออาร์ให้จ่ายภายใน 15 วัน พร้อมแจ้งศาลยุติธรรมยกเลิกใช้กำไล ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 14.15 น.


เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แถลงยกเลิกสัญญาการเช่าใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไลอีเอ็มกับบริษัท สุพรีม ดีสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด หลังพบว่ามีข้อบกพร่องและไม่สามารถใช้งานได้จริง โดยก่อนหน้านี้กรมคุมประพฤติได้ทำสัญญาเช่าใช้เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิด จำนวน 4,000 เครื่องเป็นเวลา 21 เดือนตั้งแต่เดือนม.ค. 2562 ถึงเดือนก.ย. 2563 ด้วยงบประมาณจำนวน  74,470,000 บาท และต่อมาเมื่อตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่าอุปกรณ์ดังกล่าว สามารถถอดออกได้ เกิดจากความบกพร่องของตัวอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะไม่ตรงตามทีโออาร์ที่กำหนดไว้ จึงได้แจ้งยกเลิกสัญญาเช่ากับบริษัท สุพรีมฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. และวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมากรมคุมประพฤติได้ทำหนังสือแจ้งให้บริษัทสุพรีมฯ ได้รับทราบ ขอให้ชดใช้ค่าปรับเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น  83,825,810  ล้านบาท แยกเป็น 4 ประเด็น คือ 1.การส่งมอบอุปกรณ์ล่าช้าเป็นเงิน 1.7 ล้านบาท 2.การไม่นำอุปกรณ์มาเปลี่ยนให้ใหม่ภายในระยะเวลากำหนด 26 วัน จากจำนวนอีเอ็มทั้งหมด 4,000เครื่อง ค่าปรับเครื่องละ 500 บาท /วัน  คิดเป็นเงินจำนวน 52 ล้านบาท  3.ค่าเสียหายจากการไม่มาปฎิบัติงานของพนักงานประจำศูนย์อีเอ็ม 2ราย ในระยะเวลา 1 เดือน จำนวน 22,500 บาท และ 4.ค่าเสียหายหลังการบอกยกเลิกสัญญา ทำให้กรมคุมประพฤติไม่สามารถใช้งบประมาณจำนวน 21.6 ล้านบาท และไม่สามารถนำงบปี 62 มาใช้ได้อีก 8.8 ล้านบาท รวม 29.7 ล้านบาท



นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติได้ทำหนังสือแจ้งให้บริษัทสุพรีมฯ ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแล้ว โดยให้ดำเนินการชำระหนี้ค่าเสียหายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 15 วัน หากครบกำหนดระยะเวลาแล้ว บริษัทคู่สัญญาไม่ชำระหนี้ ถือว่าบริษัทคู่สัญญาผิดนัดกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุมประพฤติจะดำเนินการฟ้องร้องคดีต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทคู่สัญญาต่อไป สำหรับขั้นตอนการคำนวณค่าเสียหายกรมคุมประพฤติฯ จะส่งหนังสือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดให้เป็นผู้ดำเนินคดีต่อไป ส่วนอัยการจะเห็นชอบในตัวเลขดังกล่าวหรือไม่นั้นอาจต้องหารือกันอีกครั้ง แต่กรมฯได้พยายามรักษาผลประโยชน์ของรัฐ โดยได้เร่งรัดให้บริษัทเอกชนคู่สัญญาดำเนินการแก้ไขให้ครบถ้วน และเห็นได้ว่ามีการทำผิดสัญญาอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการถอดกำไลอีเอ็มออกง่าย ไม่ส่งสัญญาณเตือนขณะถูกตัดทำลาย และผิดสเปคที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมคุมประพฤติได้แจ้งศาลของดใช้กำไลอีเอ็มจนกว่าจะมีการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณใหม่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีงบประมาณในการดำเนินการ การใช้อุปกรณ์อีเอ็มเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ปัจจุบันคุกทั่วประเทศมีผู้ต้องขัง 3.6 แสนคนและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ผู้ที่พ้นโทษและได้รับการพักโทษมีน้อยกว่าที่เข้ามาใหม่ ตนได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมตั้งคณะกรรมการเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย การออกกฎกระทรวงการพักโทษ การขยายเรือนจำ และการสร้างเรือนจำใหม่ รวมถึงการใช้งบประมาณปี2563 และปี 2564

ด้านนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า  กรมคุมประพฤติได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมให้ทราบว่าได้มีการยกเลิกสัญญาเช่าใช้กำไลอีเอ็มแล้ว และขอให้ประสานไปยังศาลจังหวัดทั่วประเทศ ให้เร่งทำรายงานเสนอศาล เพื่อขอเพิกถอนการใช้กำไลอีเอ็มกับผู้ถูกคุมประพฤติ ซึ่งก่อนจะแจ้งยกเลิกมีผู้ใช้กำไลอีเอ็มกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวน 500 คน โดยระหว่างที่ไม่ได้มีการใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ติดตามตัว ศาลอาจมีคำสั่งให้ใช้กำไลอีเอ็มของศาล หรือส่งไปทำงานบริการสังคมตามดุลยพินิจของศาล
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24