อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

สั่งปิดโรงงานแป้งมันชั่วคราว ปล่อยน้ำเสียสิ่งแวดล้อมพัง

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์สั่ง "อุตสาหกรรมจังหวัดฯ" แจ้งปิดบริษัทแป้งมันชั่วคราว เพื่อปรับปรุงแก้ไข 7-10 วัน หลังพบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะทำสิ่งแวดล้อมพังนานหลายปี แถมน้ำเน่ากระทบชีวิตชาวบ้าน เป็นโรคผิวหนังและทางเดินหายใจเพียบ เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562 เวลา 16.11 น.

จากกรณีชาวบ้านโคกศรี ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ได้รับความเดือนร้อนอย่างหนักจากโรงงงานแป้งมันในพื้นที่ซึ่งแอบปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำห้วยกุดแข้-หนองบึงใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสาธารณะธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเสียมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ปลาลอยตาย ไปจนถึงต้นข้าวล้มตายหลายไร่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวกลับไม่ได้รับการแก้ไขมานานหลายปี สุดท้ายชาวบ้านล้มป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจและผิวหนัง ต้องรวมตัวกันร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ความทราบไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งได้สั่งให้มีการตรวจสอบจนพบว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและยังไม่ได้รับการแก้ไข

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานอุตสาหกรรม จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงออกหนังสือคำสั่งแจ้งไปยังบริษัทแป้งมันเพื่อหยุดประกอบกิจการชั่วคราว ในวันที่ 21 ตุลาคม 2562 เป็นเวลา 7- 10 วันตามความเหมาะสม เพื่อปรับปรุงโรงงานระบบบำบัดน้ำเสีย ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 39 พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบและติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้เป็นไปตามกำหนดและได้มาตรฐาน



นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ และเทศบาลตำบลคำบง ลงพื้นที่วางแนวทางฟื้นฟูสภาพน้ำและระบบนิเวศภายในลำห้วยกุดแข้ เพื่อให้คืนกลับมาสภาพเดิม พร้อมกับตรวจสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็วที่สุด ส่วนด้านการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้น ได้ให้อำเภอห้วยผึ้งประสานกับทางโรงงานแป้งมันเพื่อเร่งดำเนินการเจราจาเยียวยาหรือชดเชย



เบื้องต้นมีประชาชนและเกษตรกรได้รับความเสียหายจำนวน 17 ราย จำนวน 56 ไร่ ซึ่งยืนยันไม่ได้มีการปล่อยปะละเลย และการดำเนินการเรื่องดังกล่าวจะใช้มาตรการหรือใช้กฎหมายอย่างแท้จริง และต้องได้รับความเป็นธรรมทุกฝ่ายทั้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบและผู้ประกอบการโรงงาน อย่างไรก็ตามในอนาคตจะมีการตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขึ้นมา ซึ่งมีภาคประชาชน ภาคราชการ และผู้ประกอบการ เพื่อที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาและให้โรงงานอยู่คู่กับชุมชนได้.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    10%
  • ไม่เห็นด้วย
    90%