อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

แพทย์ย้ำเหล่าทาสเสี่ยงชัก! ภัยเงียบ 'โรคขี้แมว'

ทาสแมวระวังตัว! จับ สัมผัส แมว เสี่ยงติดเชื้อเป็นโรคท็อกโซพลาสโมซิส แพทย์เตือนควรเลี่ยง อันตรายอาจส่งผลให้ชักได้ แนะนำควรเลี้ยงแมวในระบบปิด จันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17.26 น.

กลายเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย หลังจากมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ โรคท็อกโซพลาสโมซิส ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากแมวและสามารถติดต่อไปสู่คนและอาจส่งผลถึงดวงตาทำให้ตาบอดได้ ทำให้ชาวเน็ตหลายคนตกอกตกใจกันยกใหญ่ พร้อมทั้งสอบถามถึงข้อเท็จจริงมากมายเกี่ยวกับโรคดังกล่าวว่าเป็นจริงหรือไม่



เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ ออนไลน์" ได้สอบถามไปยัง สพ.ญ.นริสา พลอยแก้ว ผู้จัดการสัตวแพทย์และผู้อำนวยการศูนย์วิชาการโรงพยาบาลสัตว์เมตตา จ.สุราษฎร์ธานี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า โรคท็อกโซพลาสโมซิส หรือ โรคขี้แมว เป็นโรคที่เกิดจากโปรโตซัวชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Toxoplasma gondii ซึ่งมีวงจรชีวิตที่ซับซ้อนและพบได้ทั่วไป ทำให้สัตว์หลายชนิดสามารถติดเชื้อนี้ได้ง่าย โดยเฉพาะแมว ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญในการเจริญเติบโตของวงจรชีวิตโปรโตซัวนี้เป็นอย่างมาก "โดยแมวที่ติดเชื้อจะขับโอโอซีสต์หรือไข่ของเชื้อโปรโตซัวนี้ออกมาในอุจจาระ หากสัตว์ตัวอื่นจะกินโดยบังเอิญ จากการเล็มหญ้า หรือารกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีเชื้ออยู่ อาจทำติดเชื้อดังกล่าวได้"



สพ.ญ.นริสา กล่าวต่อว่า สำหรับสัตว์ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการป่วย แต่จะพบอาการได้ในสัตว์อายุน้อย เช่น ลูกสุนัขหรือลูกแมว จะมีอาการอุจจาระเหลว ปอดอักเสบ หรือการเสียหายของระบบประสาทหรือตา ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถติดได้จากเชื้อที่ปนอยู่ในผักดิบหรือเนื้อที่ปรุงไม่สุก และอาจติดเชื้อจากการสัมผัสอุจจาระของแมวที่ติดเชื้อ หรือสัมผัสและเล่นกับแมว โดยทั่วไปไม่ค่อยพบโรคนี้ในคนที่มีสุขภาพดี "ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคสูงที่สุด คือ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง" เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโรคเอดส์ เด็ก และหญิงมีครรภ์ โดยเชื้อโรคดังกล่าวเราจะสามารถติดได้จาก 1.อุจจาระแมวที่ปนเปื้อน 2.เนื้อสัตว์ที่ไม่ปรุงสุก 3. ติดโดยการปลูกถ่ายอวัยวะหรือการถ่ายเลือด และ 4.ติดผ่านทางรกจากแม่สู่ลูก ซึ่งการติดจากรกสู่ลูกนี้จะทำให้เด็กมีความผิดปกติเช่น เกิดการอักเสบที่จอรับภาพที่อาจจะทำให้มีผลกับการมองเห็น ภาวะหัวบาตรหรือโรคน้ำคั่งในโพรงสมอง และภาวะสะสมแคลเซียมที่ผิดปกติในเนื้อสมอง  การติดเชื้อของเด็กในท้องมันเกิดได้ในช่วง 1-6 เดือนแรก ส่วนในคนทั่วไปที่ติดโรคมักไม่แสดงอาการและหายได้ แต่หากมีอาการมักจะเป็นในเรื่องของ ต่อมน้ำเหลืองโต มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัว ตับและม้ามโต เป็นต้น โดยการจะตรวจว่าเป็นเชื้อนี้หรือไม่ สามารถทำได้หลายวิธีเข่น ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่มีต่อโรค toxoplasmosis ตรวจน้ำไขสันหลัง ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR การรักษาจะเน้นไปที่ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในในสตรีที่ตั้งครรภ์อยู่



“ในส่วนของการป้องกัน คุณหมอแนะนำให้เลี้ยงแมวในระบบปิด เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือปล่อยเชื้อออกสู่สิ่งแวดล้อม ควรเลี้ยงให้ห่างจากบริเวณที่เลี้ยงปศุสัตว์ ไม่ควรให้แมวกินเนื้อดิบหรือเนื้อที่ปรุงไม่สุก สำหรับตัวเราเองสามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้โดยการเตรียมอาหารอย่างถูกวิธี ถูกสุขอนามัย สวมถุงมือขณะทำสวนหรือทำความสะอาดกระบะถ่ายอุจจาระของแมว เพื่อป้องกันการสัมผัสอุจจาระแมวโดยตรง ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสตัวสัตว์” สพ.ญ.นริสา กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก : สพ.ญ.นริสา พลอยแก้ว
ขอบคุณภาพประกอบจากทวิตเตอร์ : @maxisky125


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    91%
  • ไม่เห็นด้วย
    9%

บอกต่อ : 38