อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

หมดบัญชี9ล.!'ผช.ผจก.แบงก์'แอบถอนเงินนักธุรกิจสาว

สาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้องแทบหมดเนื้อหมดตัว โดนผู้ช่วยผู้จัดการธนาคาร ปลอมลายเซ็นทุกอย่างแอบถอนเงินสด กว่าจะรุ้ตัวก็เกลี้ยงบัญชีแล้วกว่า 9 ล้านบาท พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 05.12 น.


เมื่อวันที่ 20 พ.ย. น.ส.จิตติมา สุพรรณพงศ์ อายุ 43 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จ.สุราษฏร์ธานี ได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับสื่อว่า ถูกผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาเกาะสมุย ได้นำบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ไปปลอมลายเซ็น เพื่อทำบัตรเอทีเอ็มเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.55 และในปี 56 ก็เริ่มกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มออกมาอยู่เรื่อยๆ ครั้งละหลักหมื่นถึงหลักแสน นอกจากนี้ยังได้ปลอมลายเซ็นในใบถอนเงินไปถอนเงินออกจากบัญชียอดสูงสุด 1 ล้านบาท จนในปี 58 มาตรวจพบเงินในบัญชีสูญหายไปแล้วกว่า 9 ล้านบาท

หลังรู้เรื่องเรื่องก็ไปแจ้งธนาคารให้ตรวจสอบ แต่เรื่องกับยืดเยื้อนานจนถึงปัจจุบัน รวมเวลา 4 ปี การตรวจสอบที่ล่าช้าของธนาคารทำให้ผู้ช่วยผู้จัดการต้องสงสัยคนดังกล่าวได้ขอลาออกจากธนาคาร และได้ไปทำงานที่ธนาคารแห่งใหม่ ซึ่งเป็นธนาคารที่มีสาขาบนเกาะสมุย ผู้เสียหายกลัวว่าจะไม่ได้เงินคืนแน่จึงได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีที่ สภ.บ่อผุด เมื่อวันที่ 9 พ.ย.61 ระยะเวลาผ่านไป 1 ปีแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้าจึงมาร้องผ่านสื่อหวั่นคดีถูกดองเพราะตอนนี้ธุรกิจได้รับความเสียหายจนหมดเนื้อหมดตัว

น.ส.จิตติมา ได้แสดงหลักฐานสำเนาใบคำขอทำบัตรกดเงินสด หรือเอทีเอ็ม พร้อมด้วยสำเนาบัตรประชาชนที่ถูกปลอมลายเซ็นบัตรเอทีเอ็มที่คนร้ายนำไปใช้กดเงินสด และสเตทเม้นท์การเดินบัญชีที่ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารรายนี้ถอนเงินสดผ่านบัตรตั้งแต่หลักหมื่นบาทจนถึงหลักแสนบาท และสุดท้ายได้กดเงินออกไปจากบัญชี 400 บาท ถือว่าหมดบัญชีแล้ว รวมทั้งสิ้นกว่า 9 ล้านบาท



ผู้เสียหาย เผยอีกว่า ได้รู้จักกับผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารคนนี้จากการแนะนำของผู้ใหญ่ในแวดวงนักธุรกิจบนเกาะสมุยที่เคยใช้บริการกับธนาคารแห่งนี้ ซึ่งขณะนั้นธนาคารที่ผู้ช่วยผู้จัดการรายนี้ทำงานอยู่เพิ่งเปิดสาขาบนเกาะสมุย ช่วงนั้นตนมีโครงการที่จะก่อสร้างห้องพักจึงได้นำที่ดินไปขายฝากเพื่อนำเงินมาลงทุน พอได้เงินมาก็นำไปเปิดบัญชีออมทรัพย์ฝากไว้ที่ธนาคาร 9.5 ล้านบาท ต่อมาตนได้สั่งจ่ายเช็คเป็นค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงผู้รับเหมาแต่ว่าเช็คที่จ่ายไปไม่ผ่าน จึงไปตรวจสอบที่ธนาคารก็พบว่าเงินถูกถอนออกไปผ่านบัตรเอทีเอ็ม ทั้งๆที่ตนไม่เคยขอมีบัตรเอทีเอ็มใบดังกล่าว

"ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ช่วยผู้จัดการคนดังกล่าวแล้ว แต่ว่าผ่านมา 1 ปี ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าการสอบสวนมีความคืบหน้าอย่างใด และจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีเมื่อไหร่ ทำให้ตอนนี้เป็นหนี้เป็นสินและธุรกิจได้รับความเสียหายหมดเนื้อหมดตัว จึงอยากให้ตำรวจเร่งดำเนินการด้วย".



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

ความคิดเห็น