อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563

ซ้ำซาก! 3เคสฉาวกาแฟ'อเมซอน'ทำได้เพียงแค่ปิดสาขา ?

ต้องเกิดอีกสักกี่เคส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับร้านกาแฟ "อเมซอน" ที่สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานคุณภาพและการบริการ และสุดท้ายจบเพียงแค่การปิดสาขา อาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 เวลา 07.00 น.


จากกรณีที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Sittichai Deethaworn ได้เผยเรื่องราวการซื้อชาเขียวปั่นจากร้านกาแฟ “อเมซอน” จากสาขาในปั้ม ปตท.ลาดหลุมแก้ว แต่กลับพบว่ามีเศษบางอย่างอยู่ในภายในน้ำที่ดื่มเข้าไป จึงนำไปเทแล้วใช้น้ำล้างจนพบว่ามีเศษดังกล่าวมีลักษณะสีใสๆอยู่ในแก้วจำนวนมาก ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น



เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” รายงานว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้ของร้านกาแฟอเมซอนเคยเกิดมาแล้วหลายครั้งหลายครา ซึ่งหากย้อนไปเมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยเรื่องราวการซื้อโกโก้ปั่น 2 แก้ว จากร้านกาแฟอเมซอน สาขาอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส แต่กลับพบว่ามีเศษแข็งๆอยู่ในน้ำ จึงนำทั้ง 2 แก้วไปเททิ้งแล้วใช้น้ำล้างดู กระทั่งพบว่ามีเกล็ดของแข็งสีใสอยู่ในก้นแก้ว ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วทั้งสังคมออนไลน์ในขณะนั้น ต่อมาต้นสังกัดของร้านกาแฟได้สั่งปิดสาขาดังกล่าวเพื่อตรวจสอบ โดยพบว่า "เกล็ดของแข็ง" ดังกล่าวเกิดจากบรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำแข็งที่ใช้ในกระบวนการขนส่ง



นอกจากนี้เมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพพนักงานร้านกาแฟ “อเมซอน” สาขาสุขุมวิท-ระยอง4 นำแก้วที่ใช้แล้วมาล้างทำความสะอาดและนำกลับไปใช้ซ้ำจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล ทางร้านก็ออกแถลงเป็นหนังสือว่าได้ปิดสาขาเป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อสอบสวนพนักงานที่กระทำผิด และจะอบรมพนักงานทุกคนให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน หากไม่ทำตามจะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด



อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานของคุณภาพและการบริการ เมื่อมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นต้นสังกัดก็ทำได้เพียงแค่ปิดสาขาตรวจสอบเท่านั้น แม้หลายฝ่ายจะออกมาเตือนถึงความสะอาด แต่เหตุการณ์ต่างๆก็ยังคงเกิดขึ้นอีกเช่นเคย..

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @สราวุธ กีรติวศิน, @Café Amazon


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 216