อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

บึ้มรปภ.ครูสงขลาเจ็บ5 ปัตตานีหอตรวจการณ์ทหารถูกยิง

โจรใต้ลอบกัด วางระเบิดข้างทาง ชุดดคุ้มครองครูพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าตำรวจบาดเจ็บทันที 5 นาย ขณะที่เมืองปัตตานีคนร้ายเหิมเกริมยิงใส่หอสูงจุดตรวจของทหารเจาะกือแย ร้อย ทพ.4412   ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 เวลา 00.01 น.


เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ได้เกิดเหตุกลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดขึ้นในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พ.ต.ท.บัญชา ผาดไธสง สว.(สอบสวน) สภ.เทพา จ.สงขลา รับแจ้งคนร้ายได้ลอบวางระเบิดรถของ ตำรวจสภ.เทพา ซึ่งเป็นชุดคุ้มครองครู ขณะนั่งมาในรถกระบะสี่ประตู หมายเลขทะเบียน 6-กฆ-1312 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดบริเวณถนนสายเทพา-ลำไพล พื้นที่ ม.5 บ้านป่ากอ ต.เทพา อ.เทพา แรงอัดระเบิดทำให้รถได้รับความเสียหายพังยับเยิน โดยเฉพาะทางฝั่งซ้ายของตัวรถและภายในห้องโดยสาร พบตำรวจที่นั่งมาบาดเจ็บยกคันรวม 5 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ท.ไพศาล แสงอรุณ บาดเจ็บที่เท้าขวา , ด.ต.ศุภชัย รักนุ่น หูซ้ายอื้อ , ด.ต.สัญญา จันทร์แก้ว บาดเจ็บนิ้วมือซ้าย เข่าซ้าย และแขนขวา ,ด.ต.ประคอง ช่วยนุกุล  มีแผลถลอกที่หน้าผากหูอื้อ และ ด.ต.สุกรี หะยีตาเห แน่นหน้าอกหูอื้อ  โดยทั้งหมดได้ถูกนำตัวส่งรักษายังโรงพยาบาลเทพา อาการโดยรวมของผู้บาดเจ็บทั้งหมดปลอดภัยแล้ว



จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นาย กำลังเดินทางไปรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านป่ากอ ซึ่งตั้งอยู่ใน หมู่ที่ 5 บ้าป่ากอ เช่นเดียวกัน แต่ระหว่างทางก่อนถึงโรงเรียนได้ถูกคนร้ายลอบวางระเบิด หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทพา ได้ประสานกำลังหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งทหาร ตชด. ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจภูธรภาค 9 และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ และพบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบไว้ในถังแก๊สปิกนิกน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร โดยวางไว้ในลักษณะแนวนอนบนไหล่ทาง แรงระเบิดทำให้เป็นหลุมลึกและใหญ่ ประมาณ 5-10 เมตร รัศมีของระเบิดกินพื้นที่ 80 เมตร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายจงใจที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างสถานการณ์ และตอบตอบโต้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการไล่ล่า และปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบขึ้นหลายครั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีวิสามัญ 2 แกนนำ คือ นายซอบรี หลำโซ๊ะ อายุ 28 ปี และ นายมะยาโก๊ะ ลาเต๊ะ อายุ 40 ปี เมื่อคืนวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ม.1 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และกำลังเร่งหาเบาะแสกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุในพื้นที่



สำหรับจุดเหตุระเบิดในครั้งนี้อยู่ใกล้ๆกับจุดที่เคยเกิดเหตุลอบวางระเบิดรถตำรวจ สภ.เทพา บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านป่ากอ อ.เทพา เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 58 ซึ่งในครั้งนั้นทำให้มีตำรวจเจ็บ 1 นาย
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในแจ้งเตือนให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดทั้งในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา รวมถึงพื้นที่เมืองเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อป้องกันการก่อเหตุรุนแรงตามมา

วันเดียวกันใน พื้นที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งจากผู้หวังดีว่าพบกระเป๋าต้องสงสัยหน้าคลินิคหมอรัชฤกษ์ ถ.พิพิธ เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ตรงข้ามธนาคารกรุงไทย สาขาปัตตานี (ใจกลางเมืองปัตตานี)  จึงแจ้ง จนท.เข้าไปควบคุมที่เกิดเหตุ เพื่อกั้นไม่ให้ทุกคนเข้าใปในที่เกิดเหตุ เพราะเกรงรับอันตราย พร้อมแจ้งฃุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD เข้าไปตรวจสอบ  ปรากฏว่าภายในเป็นก๊าซ (ถ่านหิน) ใส่ในกระป๋อง 2 กระป๋อง เป็นลักษณะคล้ายวัตถุระเบิด ได้ทำการเก็บกู้เรียบร้อย เหตุการณ์ปกติ เชื่อว่าเป้นการก่อกวนของแนวร่วมในพื้นที่


     
และในช่วงค่ำที่ผ่านมา ร.ต.ท.อนิวัฒน์ ขอบเพ็ชร ร้อยเวร สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงก่อกวน บริเวณจุดตรวจ เจาะกือแย  ร้อย ทพ.4412  กรมทหารพรานที่ 44  ตั้งอยู่บนถนนสาย 42  ปัตตานี- นราธิวาส ม.3 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าคนร้ายยิงที่บริเวณหอสูง บริเวณจุดตรวจแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และไม่มีอะไรเสียหาย จากการสอบสวน จนท.ทหาร ร้อย ทหารพรานที่.4412 กำลังตั้งจุดตรวจอยู่บนถนน และมีทหาร 1 คน อยู่บนหอสูง เพื่อดูสถานการณ์มุมสูง โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซุ่มป่าละเมาะระยัไกล ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงก่อกวนเข้าไปที่ หอสูงจำนวน 4-5 นัด  ซึ่ง มี จนท.เฝ้าอยู่ แต่ไม่ถูก  เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด  ส่วนสาเหตุเฃื่อว่าเป็นการยิงก่อกวน

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุการณ์ทั้ง 2 เหตุการณ์ ทำให้กำลัง 3 ฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง  ได้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดทุกมุมเมือง เส้นทางเข้าออกเมืองเขตเทศบาลเมืองปัตตานี  และมีการตรวจเข้มยานพาหนะทุกฃนิด  ขณะเดียวกัน  ในเขคเทศบาลรอบใน ใจกลางเมืองปัตตานี  ได้มีการตั้งจุดตรวจเช่นกัน  เพื่อตรวจเข้มยานพาหนะ และบุคคลอย่างละเอียด  ส่วน เจ้าหน้าที่ปกครอง ซึ่งเป้ฯ กำลัง  อส. ได้ออกลาดตระเวนและตรวจวัตถุต้องสงสัย บริเวณ ตรอก  ซอกซอย บนถนน  ย่านธนาคาร  ย่านอาคารพาณิชย์ย่านชุมชน ใจกลางเมืองปัตตานี อย่างละเอียดตลอด 24 ชั่วโมง  เพื่อป้องกัน ระวังเหตุ ที่คนร้ายอาจจะเข้ามาก่อเหตุร้ายในพื้นที่.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24