อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

อุทาหรณ์!หมอเตือนตกแต่งเล็บ ระวังติดเชื้อ"เสี่ยงHIV"

ผอ.รพ.สิชล โพสต์ภาพเป็นอุทาหรณ์ตกแต่งเล็บ ขูดร่องเล็บและต่อเล็บปลอมด้วยกาว ระวังติดเชื้อ เสี่ยงHIV พร้อมแนะนำปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30 น.


เมื่อวันที่ 16  ธ.ค.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช โพสต์เคสคนไข้รายหนึ่งเพื่อเป็นอุทาหรณ์ไปทำเล็บร้านเสริมความงาม มีการขูดร่องเล็บ ตัดแต่ง และต่อเล็บปลอมด้วยกาว แต่สุดท้ายเกิดอาการติดเชื้อที่กระดูก ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า Arak Wongworachat โดยระบุข้อความว่า



"อุทาหรณ์ หญิงอายุ35ปี เมื่อ20วันก่อนไปทำเล็บร้านเสริมความงาม มีการขูดร่องเล็บและตัดแต่ง ต่อเล็บปลอมด้วยกาวตราช้าง อีกสามวันต่อมารู้สึกเริ่มปวด คิดว่าไปน่าเป็นอะไรมาก ต่อมาบวมมากขึ้น ซื้อยากินเอง ยุบลงเล็กน้อย ทิ้งระยะมาหลายวันทนเอา รู้สึกเป็นไข้ บวมแดง ร้อนลามจากปลายนิ้วไปถึงโคนนิ้วงอนิ้วไม่ได้ ปวดทรมานมาก จนต้องตัดสินใจเอาเล็บปลอมออก ทำให้เนื้อเยื่อขอบเล็บหลุดออกมาด้วย ปวดทนไม่ไหวจึงมาพบแพทย์ ส่งเอกซเรย์ที่มือพบว่า กระดูกนิ้วหัวแม่มือส่วนปลายเริ่มกร่อนเป็นลักษณะติดเชื้อที่กระดูก จนต้องเข้านอนในโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด พบว่ามีหนองรอบๆเนื้อเยื่อหัวแม่มือ ลามเข้าข้อ กระดูก และให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือด ใช้เวลารักษา อีกหลายวัน เสียค่าใช้จ่ายอีกหลายหมื่นบาท อีกทั้งมีโอกาสเสี่ยงพิการงอนิ้วหัวแม่มือไม่ได้ตามมา นอกจากนั้นต้องตรวจหาว่าติดเชื้อHiv ร่วมด้วยหรือไม่?เพราะเคยมีรายงานการติดเชื้อเอดส์จากการทำเล็บมาแล้วแต่งเล็บจึงต้องพึงระวัง เครื่องมืออาจไม่สะอาด หรือผ่านการใช้งานมาจากหลายๆคนแล้วไม่ได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอ จนติดเชื้อได้ใครเคยเป็นมาบ้างลองแชร์ประสบการณ์มาดูกันครับ"



นอกจากนี้ นพ.อารักษ์  ยังให้ความรู็เพิ่มเติมอีกว่า  "อาการของกระดูกอักเสบ(Osteomyelitis) แบบเฉียบพลันมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในช่วง 7-10 วัน แต่อาจเป็นอาการเรื้อรังที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น โดยลักษณะอาการที่พบส่วนใหญ่มักมีความคล้ายคลึงกัน ดังนี้
1.มีอาการปวด บวม หรือแดงในบริเวณที่มีการติดเชื้อ และอาจพบหนองร่วมด้วย
2.มีไข้ หนาวสั่น
3.อ่อนเพลีย
4.คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
5.ไม่สามารถเคลื่อนไหวบริเวณข้อต่อที่มีอาการได้ หรือเคลื่อนไหวได้ลำบาก

สำหรับ การใช้ยา แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวด โดยอาจฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำหรือให้ยาแบบรับประทาน ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อรุนแรง อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายเดือน

อย่างไรก็ตาม สาเหตุของกระดูกอักเสบ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจเกิดขึ้นในบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย แล้วแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดจนทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระดูก โดยแบคทีเรียอาจเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ดังนี้
1.การติดเชื้อทางกระแสเลือด หรือการติดเชื้อที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ผู้ป่วยที่ติดเชื้อบริเวณปอดหรือกระเพาะปัสสาวะแล้วเชื้อแพร่กระจายไปยังกระดูกส่วนต่าง ๆ ในร่างกายจนผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ เป็นต้น
2.การติดเชื้อจากแผลเปิด เชื้อโรคอาจเข้าสู่ร่างกายเมื่อเกิดบาดแผลและอาจทำให้เชื้อแพร่กระจายไปถึงกระดูกได้ โดยการเกิดแผลอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น การผ่าตัด การบาดเจ็บ การทำเล็บเป็นต้น
3.การติดเชื้อจากเนื้อเยื่อหรืออวัยวะใกล้เคียง บาดแผลที่เกิดขึ้นอาจอักเสบจนลุกลามไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่าง ๆ แล้วแพร่กระจายไปยังกระดูกที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วย







ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Arak Wongworachat


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 29