อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

คลั่งลัทธิกั๊กศพไว้ไม่แจ้งญาติ จะนวดจนฟื้น-สุดท้ายเน่า

ผงะ สาวใหญ่หมอนวดแผนไทย ปล่อยให้มีคนไข้ตายในบ้าน กลับไม่ยอมแจ้งญาติ เก็บศพไว้เอง เชื่อในลัทธิว่าจะนวดไปเรื่อยๆแล้วคนตายจะคืนชีพ สุดท้ายเน่าเปื่อยเหม็นจัดจนเพื่อนบ้านทนไม่ไหว อังคารที่ 17 ธันวาคม 2562 เวลา 13.10 น.


เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ตำรวจ สภ.เมืองนครนายก และกู้ภัยสว่างอริยะธรรมสถานจังหวัดนครนายก ได้เข้าตรวจสอบทาวน์เฮ้าว์ 2 ชั้น เลขที่ ข/1 332/32 ต.นครนายก อ.เมืองนครนายก หลังจากมีคนแจ้งว่าที่บ้านดังกล่าวมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาคล้ายมีอะไรตาย ทันที่ที่ไปถึงเจ้าหน้าที่ก็รีบเปิดประตูเข้าไปดู และต้องผงะเมื่อพบศพนอนอยู่บนที่นอนชั้นล่าง

ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ นางนวลลออ บังบานศรี อายุ 60 ปี (เสื้อสีเทา) หรืออาจารย์อ้อย หมอนวดแผนไทยชื่อดังในพื้นที่ รวมทั้งผู้ช่วยหมอนวดอีก 1 คนคือ น.ส.พุฒนันท์ สดมณี อายุ 49 ปี ต่างก็แตกตื่นตกใจจนหน้าซีดถอดสี โดยศพผู้เสียชีวิตนั้นเป็นผู้ชายทราบชื่อคือ นายสรวุติ เดชทวี อายุ 62 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา สภาพนอนบนที่นอนมีการห่มผ้าอย่างดี ทั้งยังโรยปูนขาวไปรอบๆศพด้วยเพื่อป้องกันหนอนชอนไช 



จากนั้นตำรวจได้โทรฯไปหาภรรยาผู้ตาย กระทั่งได้รับคำตอบว่า สามีหายออกจากบ้านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ไม่เคยติดต่อกลับ ซึ่งรู้ว่าออกไปรักษาตัวด้วยการนวดแผนไทยที่นี่ พยายามห้ามแล้วเขาก็ไม่ฟัง รู้สึกตกใจมากที่มารู้เรื่องว่าสามีเสียชีวิตแล้วแถมเสียชีวิตมาแล้วหลายวันด้วย

ต่อมา ตำรวจได้นำตัว น.ส.พุฒนันท์ ผู้ช่วยหมอนวดมาสอบปากคำ ปรากฏว่ายังให้การวกวนไปมาว่า ได้มาอยู่กับอาจารย์อ้อยนานแล้ว และเป็นคนชวนผู้ตายมารักษาเอง เพราะผู้ตายป่วยเป็นต่อมลูกหมาก เดินไม่ค่อยถนัด ส่วนที่เขาหมดลมหายใจนั้นเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เขาพลาดลื่นล้มในห้องน้ำจนหมดสติ ตนกับอาจารย์จึงนำร่างมานอนบนเบาะ ยืนยันว่าวันนั้นเขายังไม่ตายชีพจรยังเต้น ตัวไม่แข็ง อาจารย์อ้อยก็พยายามรักษาด้วยการบีบนวดแผนไทยมาตลอด 



"พอผ่านมาอีกไม่กี่วันเขาก็สิ้นใจ แต่ที่ไม่แจ้งความเพราะอาจารย์อ้อยบอกว่าอีกไม่นานเขาจะต้องฟื้นคืนชีพแน่ หนูเชื่ออาจารย์เพราะอาจารย์นับถือลัทธิๆหนึ่งที่บอกไว้ว่า ถ้ามีคนตายหากนวดไปเรื่อยๆอีกไม่นานก็จะมีคนทำให้ฟื้นคืนชีพได้เอง หนูก็แค่ทำตามที่อาจารย์บอก ไม่คิดว่าศพจะเหม็นเน่าและเรื่องเลยเถิดมาขนาดนี้"
ผู้ช่วยหมอนวด ให้การ

ขณะที่ อาจารย์อ้อย ไม่ยอมให้การใดๆกับตำรวจทั้งสิ้น เอาแต่ร่ำไห้ตลอดเวลา ก่อนที่เจ้าตัวจะมีอาการหน้ามืดวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม จึงจำเป็นต้องส่งไปรักษาตัวที่ รพ.ใกล้เคียง

ส่วน พ.ต.อ.กล้าหาญ โชติพิพัฒน์ไพบูลย์ ผกก.สภ.เมืองนครนายก เผยว่า สำหรับการเสียชีวิตนั้นต้องนำศพส่งชันสูตรให้แน่ชัดเสียก่อน เพราะสภาพศพนั้นเบื้องต้นดูด้วยตาเปล่าไม่ทราบว่าเสียชีวิตด้วยเหตุใด ตั้งแต่วันใด เข้าข่ายปิดบังซ่อนเร้นอำพรางหรือไม่ เท่าที่สอบถามพยานที่เป็นคนไข้ที่มานวดกับอาจารย์อ้อย ก็ได้ข้อมูลว่า ตอนที่ลูกหลานพาคนในครอบครัวมารักษาตัวก็เห็นผู้ตายนอนอยู่ในบ้านแล้ว นึกว่าเป็นแค่คนนอนป่วยหรือนอนหลับ ส่วนอีกรายบอกว่า ภรรยามานวดที่บ้านนี้บ่อยมาก นิสัยเปลี่ยนไปเลยจากที่เคยไหว้พระ กลายเป็นไม่นับถือพระเลย.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    70%
  • ไม่เห็นด้วย
    30%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 56