อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563

จับตา'สรยุทธ'สู้ฎีกาคดีทุจริตโฆษณา อสมท. 'คุก-ไม่คุก'

"สรยุทธ สุทัศนะจินดา" ขึ้นศาลฎีกาฟังคำตัดสิน คดีทุจริตค่าโฆษณา อสมท. หลังต่อสู้คดีมายาวนานกว่า 5 ปี อังคารที่ 21 มกราคม 2563 เวลา 00.05 น.


หลังจากในปี 2549 "อสมท." ตรวจสอบพบว่า บริษัทไร่ส้มจำกัด (บ.ไร่ส้ม) ที่มี "นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา" อดีตนักเล่าข่าวชื่อดัง เป็นกรรมการผู้จัดการทำสัญญาร่วมผลิตรายการกับ อสมท. ในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" ค้างรายได้จากค่าโฆษณาเกินเวลาเป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท ทำให้ต้องตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ปรากฏว่า นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ อสมท.ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำคิวโฆษณารวม และเป็นผู้รายงานโฆษณาเกินเวลา เพื่อเรียกเก็บเงินจาก "บ.ไร่ส้ม" สารภาพกับผู้บริหาร อสมท.ในขณะนั้นว่า

"...บริษัทไร่ส้ม โฆษณาเกินจริง แต่ไม่มีการรายงานเพื่อเรียกเก็บเงิน เนื่องจากตนเองใช้ น้ำยาลบคำผิด ลบเฉพาะคิวโฆษณาเกินเวลาในส่วนของ "บ.ไร่ส้ม" ในใบคิวโฆษณารวมของ อสมท. เพื่อปกปิดความผิดตามคำแนะนำของ นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บ.ไร่ส้ม...."



อย่างไรก็ตามในเดือนตุลาคม 2549 "บ.ไร่ส้ม" ยินยอมชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินให้ อสมท. จำนวน 138 ล้านบาท รวมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และภาษีมูลค่าเพิ่มรวมเป็นเงินกว่า 152 ล้านบาท แต่ อสมท. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงไปแล้ว และพบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง ผลจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ยังพบว่า นางพิชชาภา ให้ความช่วยเหลือ "บ.ไร่ส้ม" โดยไม่มีการรายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บเงิน ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.2548 - 30 มิ.ย.2549 โดยมี นายสรยุทธ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คของธนาคารธนชาต สาขาพระราม 4 รวม 6 ครั้ง เป็นเงินเกือบ 7 แสนบาท เพื่อตอบแทนที่ นางพิชชาภา ที่ไม่ได้รายงานการโฆษณาเกินเวลาดังกล่าว

ต่อมา วันที่ 20 ก.ย.2555 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิด นางพิชชาภา ว่าผิดทางวินัยร้ายแรงและมีมูลความผิดทางอาญา ขณะที่ นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ก็มีมูลความผิดทางอาญาเช่นกัน คือ สนับสนุนพนักงานกระทำความผิด ซึ่งเรื่องนี้มีการส่งสำนวนการไต่สวนให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณา แต่ปรากฏว่า อัยการสูงสุดเห็นว่าสำนวนคดีนี้ยังไม่สมบูรณ์ในหลายประเด็น ขณะที่ นายสรยุทธ ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดด้วย จนคณะทำงานทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ เนื่องจาก ป.ป.ช.เห็นว่าสำนวนการไต่สวนคดีนี้มีความสมบูรณ์แล้วนั่นเอง 

คดียืดเยื้อมาจนถึงปี 2557 มีการประชุมคณะทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่าย จนกระทั่ง นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะประธานอนุฯไต่สวนคดี เห็นว่าที่ประชุมได้ข้อยุติเห็นควรให้อัยการสูงสุด "ฟ้องคดี" และเมื่อถูกฟ้องในเรื่องการทุจริต จึงเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้ นักเล่าข่าวชื่อดัง ต้องยุติบทบาทในการทำงานบนหน้าจอที่วี จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้ ยกฟ้อง หรือ ไม่มีความผิด




ในปี 2558 อัยการสูงสุด (อสส.) ได้ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา เอื่ยมสะอาด อดีตพนักงาน บมจ.อสมท ที่จัดทำคิวโฆษณา , บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บ.ไร่ส้ม และผู้ดำเนินรายการเล่าข่าวชื่อดัง , น.ส.มณฑา ธีระเดช พนง.บ.ไร่ส้ม ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502 ม.6 ม.8 และ ม.11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ม.86 และ ม.91

และในปี 2559 ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาว่า นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของรัฐ มาตรา 6, 8, 11 ส่วน บจก.ไร่ส้มฯ นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 2-4 มีความผิดฐานสนับสนุน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้จำคุก นางพิชชาภา 6 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ส่วน นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำคุก 6 กระทง กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกคนละ 20 ปี และปรับ บจก.ไร่ส้มฯ ทั้งสิ้น 120,000 บาท

ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 จึงให้ จำคุก นางพิชชาภา 20 ปี ส่วน นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ให้ปรับรวมเป็นเงิน 80,000 บาท จำเลยทั้งหมดได้ประกันตัวชั้นอุทธรณ์ ศาลตีราคาประกันคนละ 2 ล้านบาท กำหนดห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล รวมทั้งให้จำเลยมารายงานตัวต่อศาลทุก 30 วัน



ต่อมาวันที่ 29 ส.ค.2560 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ โดยพิพากษายืน ให้จำคุกจำเลยตามศาลชั้นต้น ซึ่ง นายสรยุทธกับพวก ได้ยื่นประกันในชั้นฎีกา โดยใช้หลักทรัพย์บัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาท แต่ปรากฏว่า ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ทั้งหมดต้องถูกคุมขังในเรือนจำ จนกระทั่งในวันที่ 12 ก.ย. 2560 จำเลยได้ประกันตัวระหว่างยื่นฎีกาคนละ 5 ล้านบาท โดยศาลกำหนดเงื่อนไข ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต และต้องมารายงานตัวกับศาลทุก 3 เดือน 

สำหรับในวันที่ 21 ม.ค. 63 นี้ จะเป็นวันที่พวกจำเลยต้องมาขึ้นศาลอีกครั้ง เพื่อฟังคำพิพากษาในศาลสุดท้ายก็คือ "ศาลฎีกา" ซึ่งผลออกมาจะเป็นอย่างไร ข้อต่อสู้ของจำเลยจะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ที่ผ่านมาได้หรือไม่ และอดีตนักเล่าข่าวชื่อดัง "สรยุทธ" จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามลุ้นกันต่อไป.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติอดีตคนข่าว"สรยุทธ" จากจุดสูงสุดคืนสู่สามัญ

'สรยุทธ'บวชเงียบที่ปากช่อง คนสนิทแห่ร่วมอนุโมทนา


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 15