อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

ทำความรู้จักกับ'ไวรัสโคโรนา' เชื้อโรคร้ายที่ต้องระวัง!

โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ให้ความรู้เกี่ยวกับ ''ไวรัสโคโรนา '' พร้อมแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง และเตือนอย่าตื่นตระหนกมากจนเกินไป เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 เวลา 11.05 น.


เมื่อวันที่ 25 ม.ค. เฟซบุ๊ก โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ "ไวรัสโคโรนา" ที่กำลังสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วว่าจะเป็นหายนะครั้งใหม่ของมวลมนุษย์ โดยระบุว่า "ไวรัสโคโรนา" โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Corona Virus [CoV] ซึ่งไวรัสตัวนี้อยู่ในตระกูลเดียวกันกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคเมอร์ส (MERS) ซึ่งเป็นโรคระบาดหนักใน 37 ประเทศทั่วโลก เมื่อปี 2002 – 2003 ที่ผ่านมานั่นเอง โดยปกติแล้ว Corona virus เป็นชื่อรวม ๆ ของสายพันธุ์ไวรัส ซึ่งจะคล้าย ๆ กับสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่อย่าง influenza ที่สามารถแบ่งออกได้หลากหลายสายพันธุ์

สำหรับโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบนี้ มีชื่อสายพันธุ์ว่า 2019nCoV (ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ใช่ชื่อเรียกของสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ) ด้านนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบตั้งข้อสันนิษฐานว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากไวรัสในค้างคาวที่กลายพันธุ์ โดยมีงูเป็นตัวกักเก็บและแพร่เชื้อ ทั้งนี้หากมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ออกมาเพิ่มเติม ในอนาคตเราคงได้ทราบรายละเอียดกันมากขึ้น



หากติดไวรัส “โคโรนา” อาการอย่างไร?
หากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว จะเริ่มแสดงอาการออกมาใน 1 – 2 สัปดาห์ และด้วยการที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ อาการที่มักจะแสดงออกมาจึงมีลักษณะอาการคล้ายการเป็นโรคไข้หวัดคือ น้ำมูกไหล, ไอ, เจ็บคอ, ไข้สูง, ปวดหัว, ปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งอย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบอาการที่แสดงออกแน่ชัดของการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอันดับต้น ๆ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ภายในระยะเวลา 14 วัน หรือผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับมาจากเมืองที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ควรระมัดระวังและเช็คอาการกันสักนิด เพื่อเป็นการป้องกันและดูแลตัวเองในเบื้องต้น



การป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา
โดยวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ได้แก่ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด, ไม่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอ (หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน), หลีกเลี่ยงการไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต, ไม่สัมผัสสัตว์ที่ป่วยหรือตาย, หลีกเลี่ยงการกินสัตว์แปลก ๆและกินอาหารปรุงสุก, ไม่นำมือไปสัมผัสตา จมูก ปากหากไม่จำเป็น, ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์, รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ, ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่, พักผ่อนให้เพียงพอ และหากมีอาการไข้ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที


ภาพ : รอยเตอร์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 316