อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

'ครู'โอดโจทย์ข้อสอบ'O-NETป.6' โชว์กิ๋นไม่วัดความรู้เด็ก!

เพจครูดังโอดข้อสอบ "O-NET ป.6"โจทย์ยาก ไม่เหมาะสมกับเวลา แถมความรู้เด็กต่างจังหวัด-ในเมืองไม่เท่ากัน ติงหลอกหลายตลบไม่วัดความรู้เด็ก แต่โชว์กิ๋นคนออกข้อสอบ ทำชาวเน็ตแห่วิจารณ์ข้อสอบยับ! พฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 16.40 น.


เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ออนไลน์" รายงานว่า โลกออนไลน์เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังจากที่แฟนเพจ @วันนั้นเมื่อฉันสอน ระบุ "โพสต์นี้ขอตัดพ้อและแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจกับการออกข้อสอบ O-NET คณิตศาสตร์ป.6" O-NET (Ordinary National Educational Test)คือ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ผมไม่มีปัญหากับการจัดสอบเพราะเข้าใจว่าต้องการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ข้อสอบที่คุณออกมันเกินมาตรฐาน

"ในฐานะครูผู้สอน ผมไม่เข้าใจคำว่า "ขั้นพื้นฐาน" พวกคุณเข้าใจความหมายมันว่าอย่างไรถึงได้ออกข้อสอบที่ยากและซับซ้อนขนาดนี้" เด็กออกจากห้องสอบมาแทบไม่คุยกันเลยเพราะไม่รู้ว่าแต่ละข้อมีวิธีคิดอย่างไร ข้อสอบที่ง่ายเกินไปมันวัดอะไรไม่ได้เพราะคนเก่งคนอ่อนก็ตอบถูกหมด แต่ข้อสอบที่ยากเกินไปมันก็วัดอะไรไม่ได้เหมือนกันเพราะทั้งคนเก่งและคนอ่อนจะต้องเดาเหมือนกัน แล้วข้อสอบที่ออกซับซ้อนหลายชั้นขนาดนี้มีจุดประสงค์เพื่ออะไร



สำหรับบางคนมันอาจจะไม่ยาก แต่สำหรับเด็กชายเขา เด็กตามเกาะที่ต้องล่องเรือข้ามฝั่งมาสอบ มันเกินความเข้าใจของเขา "แล้วครูจะสอนให้เด็กที่ไม่พร้อมเข้าใจได้อย่างไร เมื่อชีวิตเขาไม่ได้มีแค่โรงเรียนเพียงอย่างเดียว ลำพังแค่พ่อแม่สอนการบ้านลูกก็ยังยาก แล้วครูต้องสอนเด็กทั้งห้องมันยากขนาดไหน" คุณรู้ไหมว่าบางโรงเรียนไม่มีครูวิชาเอก ครูต้องสอนทุกวิชา แค่จะสอนให้ครบเนื้อหาก็ยากเท่าไหร่แล้ว สงสารครูที่สอนไม่ตรงเอกบ้าง บางโรงนักเรียนเพิ่งเจอครูวิชาเอกปีแรก แล้วเวลาสั้น ๆ แค่นั้นจะสามารถสอนเด็กให้ตามทันข้อสอบที่คัดคนไปเป็นนักบินอวกาศของคุณได้หรือ เด็กบางคนไม่ได้กินข้าวเช้า บางคนไม่มีเงินมาโรงเรียน บางคนกระทั่งวันสอบครูก็ยังต้องไปตามถึงบ้าน แค่เขาทำข้อสอบที่คุณถามชั้นเดียวได้ก็ดีเท่าไหร่

ไม่อยากให้โรงเรียนติวอยากให้เรียนแบบ Active Learning แต่ดูข้อสอบที่ออกแต่ละข้อ มีเทคนิคและวิธีคิดเฉพาะ ลำพังแค่แก้สมการก็ยากแล้ว ยังต้องมีสมการที่เป็นเศษส่วน ยังต้องแก้จากสูตรพื้นที่ต่าง ๆ ให้หาเปอร์เซนต์ธรรมดาก็ไม่ได้ ต้องให้หาเปอร์เซนต์ที่เป็นทศนิยม เช่น 5.5 % ถามเลขจำนวนเต็มมันจะตายไหม "ข้อสอบที่คุณออก ต่อให้เด็กรู้วิธีคิดมันก็ต้องถูกบีบด้วยเวลา 3 นาที/ข้อ คิดกี่ชั้น หลอกกี่ตลบ ต้องจำสูตรบวกลบคูณหารแม่นขนาดไหนถึงทำได้ อยากกางข้อสอบให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทำเหมือนกัน ข้อละ 3 นาที กับข้อสอบหลายชั้นแบบนี้จะทำทันไหม"



คุณรู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนกว่าที่จะสอนให้เด็กรักคณิตศาสตร์ได้ ยากแค่ไหนที่จะทำให้เขารู้สึกว่ามันง่าย สุดท้ายทุกอย่างมันก็พังลง คณิตศาสตร์ยังเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเขาไม่เปลี่ยนแปลง เพราะมันได้พิสูจน์แล้วว่า เรียนหรือไม่เรียนก็ทำข้อสอบเหล่านี้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่สอน ไม่ใช่ไม่อยากให้ได้ แต่เพราะสอนมันเลยน้อยเนื้อต่ำใจ ท้อแท้เพราะเส้นชัยที่คุณกางไว้ไกลเกินไปถึง "จากใจเลย อยากให้คนออกข้อสอบมาสอนให้ดู อยากรู้เหมือนกันว่าจะสอนแบบไหน ผมมันไม่ดีพอที่จะสอนให้เด็กทำข้อสอบของคุณได้ แต่ให้มาสอนเด็กต่างจังหวัดนะ สอนทุกวิชา สอนคละชั้น ทำกิจกรรมทุกอย่างในโรงเรียน จะได้เข้าใจหัวอกกันว่า ข้อสอบที่คุณออกมันได้มาตรฐานหรือเกินมาตรฐาน"

"ในวันนี้คุณทำสำเร็จแล้วนะ ทำให้คณิตศาสตร์ยังคงเป็นยาขมสำหรับเด็กของผมต่อไป แชร์ไปให้ถึงคนออกข้อสอบ ให้เขารู้ถึงความสำเร็จของเขา" 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เรื่องราวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาวิจารณ์การออกข้อสอบดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างมองว่าเป็นข้อสอบที่ยากกว่าที่เด็กนักเรียนระดับชั้นป.6 จะสามารถทำได้อีกด้วย...




ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @วันนั้นเมื่อฉันสอน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 245