อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563

'หมอล็อต'เผยทางรอด วิธีอยู่ร่วม'ค้างคาว'อย่างปลอดภัย

"หมอล็อต" เผยวิธีใช้ชีวิตร่วมกับ "ค้างคาว" อย่างปลอดภัย หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สมดุล หลังชาวเน็ตหวั่นติดเชื้อโควิด-19 อาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 23.58 น.


ยังคงเป็นที่น่าจับตา สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเชื้อไวรัสดังกล่าวมีการสันนิษฐานว่ามีสาเหตุมาจากสัตว์ โดยหนึ่งในนั้นคือ "ค้างคาว" จนกลายเป็นกระแสความกังวลต่อชาวเน็ตที่ใกล้ชิดกับแหล่งที่อยู่ของค้างคาวนั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ออนไลน์" รายงานว่า โลกออนไลน์เกิดกระแสแชร์ข้อมูลจาก นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือหมอล็อต สัตวแพทย์ชำนาญการกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ "Capt.Lotter:”SurvivalTogether HandBook” คู่มืออยู่รอดด้วยกัน ค้างคาวเป็นพระเอก ที่มีผู้ร้ายแฝงอยู่ในตัว ขอแค่อย่าดึงมันออกมา เข้าใจกันไม่เบียดเบียนกัน เราก็อยู่ด้วยกันได้ อยากอยู่รอดก็แชร์และใช้!!!" การวิตกกังวลกับ สถานการณ์ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือโรค COVID-19และไวรัชชนิดอื่นๆ ที่สันนิฐานว่าค้างคาวเป็นแหล่งรังโรค และสามารถถ่ายทอดผ่านตัวกลางแล้วติดต่อสู่คนได้ สร้างความหวาดกลัวและตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

มีการแจ้งเหตุ ขอคำแนะนำ ความช่วยเหลือ จัดการค้างคาวที่อยู่ใกล้ชิดกับบ้านเรือนอาศัย จนบางพื้นที่มีแนวคิดที่จะไล่หรือทำร้ายค้างคาว ซึ่งนั่น เป็นวิธีการที่ไม่ได้ผล และอาจเกิดสิ่งไม่ดีตามมาอีกหลายประการ "โรคติดต่อระหว่างคน และสัตว์ป่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?" ก็เพราะมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เนื่องมาจาก สาเหตุหลายประการ เช่น
1.ถิ่นอาศัยถูกบุกรุก ทำลาย หรือรบกวน การดัดแปลงเปลี่ยนสภาพแวดล้อม โดยมนุษย์หรือโดยธรรมชาติก็ตาม
2. การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เคลื่อนย้ายที่อาศัยของสัตว์ก่อโรค-อมโรค โดยมนุษย์หรือโดยธรรมชาติก็ตาม
3.การกลายพันธุ์ของเชื้อก่อโรค และ ความสามารถในการค้นพบโรคที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

"การอยู่ร่วมกันกับค้างคาวในสิ่งแวดล้อมที่สมดุลกัน ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบ" ตัวอย่างกรณีเด็กๆในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ ปักรูปค้างคาวไว้ที่เสื้อนักเรียนทุกคน และรู้ดีว่า "ค้างคาวพระเอก ที่มีผู้ร้ายแฝงอยู่ในตัว ขอแค่อย่าดึงมันออกมา เข้าใจกันไม่เบียดเบียนกัน เราก็อยู่ด้วยกันได้" แต่มีปัจจัยเสริมความเสี่ยงที่เกิดขึ้น คือ การบริโภคสัตว์ป่า เพราะ การจับต้องสัตว์ป่า-ซากสัตว์ป่า เนื้อเยื่อสัตว์ สิ่งคัดหลั่งมูลสัตว์ การชำแหละเปิดซากสัตว์ป่า เป็นโอกาสเสี่ยงมากที่สุดที่จะได้รับโรค เพราะเป็นการสัมผัสเชื้อโดยตรง ซึ่งผู้ที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ อาจมีจำนวนไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อคนทั้งโลกได้ เหมือนที่เป็นอยู่

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีประกาศและจัดทำมาตรการต่างๆที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง กับสถานการณ์นี้ ส่วนหนึ่งเร่งด่วนในนั้น คือ ร่วมจัดทำคู่มือ "การอยู่ร่วมกันกับค้างคาวอย่างปลอดภัย" กับศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, USAID ,WCS UC David , EcoHealth Aliance ,METABIOTA, Smithsonian Institution เพื่อเผยแพร่ไปให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์อันสูงสุดของคนทั้งโลก เร็วๆจะจัดทำในเวอร์ชั่นภาษาต่างๆ ให้ได้นำไปปฎิบัติกัน

"อย่าลืมนะครับ เรื่องเหล่านี้ ต่อให้เราไม่ใกล้ชิดโดยตรง แต่ก็มีความเสี่ยงได้ หากยังมีพวกที่บริโภคเมนูสัตว์ป่าอยู่ เราจะนิ่งเฉยแล้วเดือดร้อนเพราะคนเหล่านี้เหรอ ถ้าอยากอยู่รอด เริ่มต้นด้วยการแชร์และใช้กันนะครับ"...

 

Capt.Lotter:”SurvivalTogether HandBook” คู่มืออยู่รอดด้วยกัน ค้างคาวเป็นพระเอก ที่มีผู้ร้ายแฝงอยู่ในตัว...

โพสต์โดย ภัทรพล ล็อต มณีอ่อน เมื่อ วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2020


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @ภัทรพล ล็อต มณีอ่อน,@scimath



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26