อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

'พยาบาล'น้ำตาซึม! กลับบ้านอยากกอด'ลูก'แต่ทำไม่ได้

“พิศณุ นิลกลัด” ถ่ายทอดบันทึกความในใจของพยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทุกวัน แต่เมื่อกลับบ้านเจอหน้าลูกน้อยอยากจะกอดให้หายคิดถึงแต่ทำไม่ได้ เพราะกลัวลูกจะติดเชื้อ วอนประชาชนคนไทยที่ไม่มีความจำเป็นอยู่บ้าน เพื่อช่วยหยุดการระบาดเชื้อโควิด-19 และเป็นการช่วยชาติด้วย ศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2563 เวลา 09.23 น.


เมื่อวันที่ 26 มี.ค. เฟซบุ๊ก “พิศณุ นิลกลัด” ได้ลงเรื่องราวความในใจของพยาบาลที่ทำหน้าที่เพื่อชาวไทยทุกคน ที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทุกวัน เธอเป็นคุณแม่ลูกสอง ลูกคนเล็กยังเด็กมาก ทุกวันหลังเลิกงานกลับบ้านต้องเข้าบ้านทางห้องซักผ้าซึ่งอยู่หลังบ้าน อาบน้ำเสร็จจึงพบหน้าลูก และสามี  พูดคุยกันได้  แต่กอดลูกไม่ได้เพราะต้องนั่งห่างกัน 2 เมตรทั้ง ๆ ที่อยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยกัน  

เธอต้องตอบคำถามลูกคนเล็กวันละเป็นร้อยคำถาม เวลาตอบคำถามลูก เธอไม่กล้าสบตาสามี เมื่อได้เวลานอน ต้องแยกห้องนอนเดี่ยวตอนส่งลูกเข้านอน  อยากกอดลูกเหมือนที่เคยกอด แต่ทำไม่ได้ 

เรื่องที่เธอเขียน ทำให้เราได้เห็นชีวิตอีกมุมหนึ่งของคนมีอาชีพเป็นหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ยามที่เกิดโรคระบาด เธอเขียนประโยคสุดท้ายได้ดีแบบผมไม่อยากให้ทุกท่านพลาด เชิญอ่านเรื่องของเธอครับ




คืนนี้…เป็นคืนสุดท้ายที่ดิฉันจะได้กอดราตรีสวัสดิ์ลูกหรือจูบสามี จนกว่าพระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าถึงเมื่อไหร่ เป็นที่ยืนยันแล้วว่า ไวรัสกระจายในย่านที่ดิฉันอยู่ การเป็นพยาบาลห้องฉุกเฉิน หมายความว่ามีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก 100% 

ดิฉันเพียงแต่อยากจะสื่อถึงทุกคนที่ต้องอยู่แต่ที่บ้านกับครอบครัว จนเบื่อจะแย่ อยากออกไปข้างนอกเต็มทน บางครั้งเพียงแค่ปรับมุมมองสักเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะช่วยให้คุณมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมี  แต่คนอื่นไม่มี

เริ่มจากเวรที่ฉันจะต้องเข้าในวันพรุ่งนี้  ออกเวรแล้วดิฉันจะกลับเข้าบ้านทางประตูห้องซักผ้าซึ่งเปิดเข้ามาจากข้างนอกได้  จะถอดเสื้อผ้ารองเท้าออก  เอาทุกอย่างใส่ในเครื่องซักผ้า  กดซักโหมดฆ่าเชื้อ  ใช้ Clorox เช็คทุกอย่างที่แตะต้อง จากนั้นหยิบผ้าเช็ดตัวที่สามีวางไว้ให้มาคลุมตัวเดินเข้าห้องน้ำ  ที่จะเป็นห้องที่หลังจากวันนี้ไปห้ามคนอื่นเข้า  



ดิฉันจะอาบน้ำอุ่น  เสร็จแล้วจะฆ่าเชื้อทุกอย่างที่แตะต้อง ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ  แล้วแต่งตัวเสร็จกระบวนการนี้แล้ว ดิฉันก็สามารถเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นได้  โดยอยู่ห่างจากทุกคนที่ฉันรัก 6 ฟุต  แต่จะไม่แตะต้องใครเลย  เพราะตลอดทั้งวันดิฉันอยู่ในบรรยากาศที่มีเชื้อแพร่กระจาย  ตอนทำงานมีหน้ากากอันเดียวตลอดเวลาที่เข้าเวร 1 วันเป็นอย่างต่ำ  ไม่สามารถแน่ใจได้ว่า ความชื้นจากลมหายใจจะทำให้ประสิทธิภาพของหน้ากากลดลงหรือไม่  จึงต้องปฏิบัติตนเสมือนมีเชื้ออยู่  และสามารถแพร่ใส่คนอื่นได้

ดิฉันคุยกับสามี และลูกจากระยะห่างที่ปลอดภัย  จะไม่สัมผัสคนที่เป็นที่รักเลย  ดิฉันไม่ใช่คนที่ชอบกอดคนอื่น  แต่คาดว่าใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า คงมีวันที่ดิฉันอยากกอดใครเหลือเกิน  แต่จะไม่สามารถกอดได้  นี่เป็นทางเดียวที่จะปกป้องคนที่อยากกอดได้ถ้าหิว จะให้ใครสักคนทำอาหารให้  โดยจัดใส่จานชามประเภทใช้แล้วทิ้ง  เพื่อจะได้ไม่ต้องห่วงว่าฆ่าเชื้อหมดเกลี้ยงหรือไม่  จะดื่มน้ำในถ้วยพลาสติก  

ขณะตอบคำถาม 100 ข้อของลูก  และพยายามไม่สนใจสีหน้าสามี  อาจจะต้องบอกลูกคนเล็กเป็นครั้งที่ล้านว่า แม่ปลอดภัยดี  หลังจากนั้นดิฉันจะ..…กอดลม..…ส่งให้ลูก บอกราตรีสวัสดิ์  เมื่อลูกเข้านอนแล้ว ดิฉันจะสามารถพูดอะไรกับสามีได้เต็มปากมากขึ้น

แต่ความจริงก็คือ บางทีดิฉันอาจจะต้องโกหกบ้างนิดหน่อย  ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน  พอง่วงดิฉันก็จะเข้านอนตามลำพังในห้องที่ห้ามคนอื่นเข้า ชีวิตดิฉันจะเป็นอย่างนี้ทุกวัน  แม้แต่วันหยุด (จนกว่าจะไม่มี)  ดิฉันสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนที่จะมีอาการ  ดังนั้นจนกว่าวิกฤตนี้จะผ่านไป  สถานการณ์ในชีวิตดิฉันจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง  



บางครั้งดิฉันอาจจะกอดเพื่อนร่วมงาน  เพราะเขาก็สกปรกๆกับดิฉัน  แต่ในห้วงเวลาอันหนักอึ้งนี้  ดิฉันจะไม่สามารถได้รับสัมผัสแห่งรักของมนุษย์จากคนที่รักดิฉันที่สุดเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หลายเดือน  ใครเล่าจะรู้ได้  เพราะส่วนนี้อยู่ในมือของประชาชนเป็นผู้กำหนด..

สิ่งที่ดิฉันอยากขอร้องคุณก็คือ ขณะที่คุณนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน โดยมีลูกอยู่บนตัก โปรดช่วยให้วิกฤตนี้ จบลงเร็วๆ ด้วยการไม่ออกไปข้างนอก  เว้นแต่จำเป็นจริงๆ  อ้อมแขนของดิฉันว่างเปล่าทุกวัน ไม่เหมือนคุณเลย ดิฉันเข้านอนคนเดียวทุกวัน อยู่บ้านเถอะ  กอดลูกคุณ  นอนกับสามี  ทานอาหารในจานกระเบื้อง  ยินดีในสิ่งที่คุณยังสามารถทำได้ แต่เราบางคนทำไม่ได้   ดิฉันทำหน้าที่ของตัวเองอยู่  โปรดทำหน้าที่ของคุณด้วยเถิด...
 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34