อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

ชื่นชม!หนุ่มใจงามโบกแท็กซี่ มอบข้าวสารช่วยวิกฤตโควิด

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม.. หนุ่มน้ำใจงามพร้อมทีมงานร้านซุ่ยล่งหมง โบกแท็กซี่ทุกคันที่ขับผ่าน ขอมอบข้าวสารให้โชเฟอร์ ช่วยคนลำบากกว่าในช่วงวิกฤตโควิด-19 ศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2563 เวลา 19.12 น.


เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ออนไลน์" รายงานว่า โลกออนไลน์เกิดกระแสแชร์คลิปจากแฟนเพจ@AWAY Online ที่ได้ถ่ายคลิปของชายหนุ่มรายหนึ่ง ขณะโบกแท็กซี่พร้อมมอบข้าวสารให้คนขับ โดยแฟนเพจดังกล่าวระบุว่า "#เราขอยกย่องความดีของคุณ #คนไทยไม่เคยทิ้งกัน #นี่แหละน้ำใจคนไทย"

พร้อมเผยเพิ่มเติมว่า ใกล้ ๆ กันกับ ร้านก๋วยเตี๋ยวแซว ทองหล่อ ที่อยู่ริมถนนเลยปากซอยทองหล่อมานิดเดียว จะมีร้านขายของจิปาถะ หรือร้านโซห่วย ชื่อ ร้านซุ่ยล่งหมง ที่เราเคยเดินผ่านเวลามากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านแซว เคยอุดหนุนเป็นลูกค้าซื้อของใช้บ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนัก และวันนี้ขณะที่เรากำลังยืนรอก๋วยเตี๋ยวอยู่นั้น ก็พลันเหลือบไปเห็นเหตุการณ์นี้อย่างไม่คาดคิดมาก่อน

แรกเริ่ม เราเห็นชายคนหนึ่งยืนโบกแท็กซี่อยู่ริมถนน พอแท็กซี่จอดได้แปบเดียว ก็ขับออกไป เป็นอยู่อย่างนี้หลายคันทีเดียว นาทีนั้นแอบนึกในใจว่า "ทำไมไม่รับผู้โดยสารนะ ช่วงเวลาแบบนี้ ไม่น่ามีคนใช้บริการแท็กซี่มากเท่าไหร่นัก ไม่น่าเลือกผู้โดยสารกันนะพี่แท็กซี่" เราตั้งใจจะเดินไปช่วย สอบถามว่าจะไปไหน เผื่อจะช่วยเรียกรถให้ แล้วก็พบว่า "เฮ้ย! เขาเรียกแท็กซี่ให้จอด แล้วส่งถุงข้าวสารให้พี่แท็กซี่" เรื่องดี ๆ แบบนี้ ไม่แบ่งปันไม่ได้แล้ว

หลังถ่ายคลิปนี้เสร็จ เราเดินไปยกนิ้วให้พี่ผู้ชายท่านนี้ และขออนุญาตชื่นชมอีกหลายคนที่อยู่ในร้าน ที่กำลังช่วยกันเตรียมถุงข้าวสารอยู่อีกจำนวนไม่น้อย เราขอถ่ายรูป อยากสัมภาษณ์ อยากคุยด้วย อยากถามที่มาที่ไป แต่ทุกคนบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องถ่ายหรอก ยกมือโบกเป็นสัญลักษณ์ว่า ไม่เป็นไรจริง ๆ น่าจะต้องการสื่อความหมายว่า "ราทำเพราะเราอยากทำ อยากช่วยเหลือกัน เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว"

"เราไม่รู้ว่าพี่ ๆ ร้าน ซุ่ยล่งหมง แจกข้าวสารไปแล้วก่อนนี้มากขนาดไหน แต่จำนวน หรือปริมาณมากน้อย ไม่ใช่สิ่งสลักสำคัญเลย เพราะน้ำใจที่แบ่งปันและการระลึกถึงคนอื่น ๆ ในสังคม ที่ต่างเดือดร้อนในภาวะการณ์เช่นนี้ ถือเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่ประเมินค่าไม่ได้จริง ๆ เห็นภาพแบบนี้ กับเรื่องราวแบบนี้แล้ว น้ำตามันรื้นขึ้นมาทันที ใครจะว่าเราขี้แย ก็ยอมล่ะครับ"

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวเผยพร่ออกไป ต่างเกิดกระแสชื่นชมต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ต่างขอบคุณในน้ำใจ ที่คนไทยไม่เคยทิ้งกันอีกด้วย...
 
น้ำใจไทย - ร้านซุ่ยล่งหมง

#เราขอยกย่องความดีของคุณ #คนไทยไม่เคยทิ้งกัน #นี่แหละน้ำใจคนไทย 1. ใกล้ ๆ กันกับ ร้านก๋วยเตี๋ยวแซว ทองหล่อ ที่อยู่ริมถนนเลยปากซอยทองหล่อมานิดเดียว จะมีร้านขายของจิปาถะ หรือร้านโซห่วย ชื่อ ร้านซุ่ยล่งหมง ที่เราเคยเดินผ่านเวลามากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านแซว เคยอุดหนุนเป็นลูกค้าซื้อของใช้บ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนัก และวันนี้ขณะที่เรากำลังยืนรอก๋วยเตี๋ยวอยู่นั้น ก็พลันเหลือบไปเห็นเหตุการณ์นี้อย่างไม่คาดคิดมาก่อน 2. แรกเริ่ม เราเห็นชายคนหนึ่งยืนโบกแท็กซี่อยู่ริมถนน พอแท็กซี่จอดได้แปบเดียว ก็ขับออกไป เป็นอยู่อย่างนี้หลายคันทีเดียว นาทีนั้นแอบนึกในใจว่า "ทำไมไม่รับผู้โดยสารนะ ช่วงเวลาแบบนี้ ไม่น่ามีคนใช้บริการแท็กซี่มากเท่าไหร่นัก ไม่น่าเลือกผู้โดยสารกันนะพี่แท็กซี่" 3.เราตั้งใจจะเดินไปช่วย สอบถามว่าจะไปไหน เผื่อจะช่วยเรียกรถให้ แล้วก็พบว่า "เฮ้ย! เขาเรียกแท็กซี่ให้จอด แล้วส่งถุงข้าวสารให้พี่แท็กซี่" 4.เรื่องดี ๆ แบบนี้ ไม่แบ่งปันไม่ได้แล้ว 5.หลังถ่ายคลิปนี้เสร็จ เราเดินไปยกนิ้วให้พี่ผู้ชายท่านนี้ และขออนุญาตชื่นชมอีกหลายคนที่อยู่ในร้าน ที่กำลังช่วยกันเตรียมถุงข้าวสารอยู่อีกจำนวนไม่น้อย เราขอถ่ายรูป อยากสัมภาษณ์ อยากคุยด้วย อยากถามที่มาที่ไป แต่ทุกคนบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องถ่ายหรอก ยกมือโบกเป็นสัญลักษณ์ว่า ไม่เป็นไรจริง ๆ น่าจะต้องการสื่อความหมายว่า "เราทำเพราะเราอยากทำ อยากช่วยเหลือกัน เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว" 6. เราไม่รู้ว่าพี่ ๆ ร้าน ซุ่ยล่งหมง แจกข้าวสารไปแล้วก่อนนี้มากขนาดไหน แต่จำนวน หรือปริมาณมากน้อย ไม่ใช่สิ่งสลักสำคัญเลย เพราะน้ำใจที่แบ่งปันและการระลึกถึงคนอื่น ๆ ในสังคม ที่ต่างเดือดร้อนในภาวะการณ์เช่นนี้ ถือเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่ประเมินค่าไม่ได้จริง ๆ 7. เห็นภาพแบบนี้ กับเรื่องราวแบบนี้แล้ว น้ำตามันรื้นขึ้นมาทันที 8.ใครจะว่าเราขี้แย ก็ยอมล่ะครับ 9. #StrongTogether #คนไทยไม่ทิ้งกัน

โพสต์โดย AWAY Online เมื่อ วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2020


ขอบคุณคลิปและข้อมูลจาก @AWAY Online



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    48%
  • ไม่เห็นด้วย
    52%

บอกต่อ : 25