อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563

ทนไม่ไหวมือมืดเผาป่าเชียงใหม่ 3กลุ่มจิตอาสาผนึกกำลังช่วยรัฐ

กลุ่มร่มบินอาสาเชียงใหม่ จับมือ กลุ่มโดรนจิตอาสา และกลุ่มจักรยานยนต์วิบาก อาสาเข้าช่วยเหลือภาครัฐ จัดทีมขึ้นบินสำรวจจุดเกิดไฟป่า เพื่อบอกพิกัดทหารส่ง"เฮลิคอปเตอร์" นำน้ำเข้าไปดับได้รวดเร็วแม่นยำ พร้อมเฝ้าระวัง ออกค้นหาผู้ต้องสงสัยลักลอบเผาป่าด้วย อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 เวลา 11.57 น.


จากกรณี สถานการณ์ไฟป่าในจ.เชียงใหม่ ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นอย่างมาก แม้ภาครัฐจะพยายามส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยกันดับแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ เพราะยังมีชาวบ้านเข้าไปลักลอบเผาป่าเพื่อทำการเพาะปลูกอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ภาครัฐจะมีมาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะที่เว็บไซต์ iqair ยังคงให้ จ.เชียงใหม่เป็นอันดับ 1 เมืองที่อากาศมีมลพิษมากที่สุดในโลก ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มภาคประชาชนจิตอาสา กว่า 50 คน นำโดย นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานกลุ่มร่มบินอาสาเชียงใหม่ ได้ออกมารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังเข้าร่วมเป็นจิตอาสาในการเฝ้าระวัง ป้องกัน การเกิดไฟป่า

หลังพบว่าสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ยังได้ประสานานกับกลุ่มโดรนจิตอาสา และกลุ่มมอเตอร์ไซด์วิบาก จัดชุดในการสำรวจและเฝ้าระวังไฟป่า เป็นกำลังเสริมให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องการลาดตระเวนป้องกัน และชี้จุดการเผา





นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ประชาชนจิตอาสาทั้ง 3 กลุ่ม พร้อมเป็นกำลังเสริมให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องการลาดตระเวนป้องกัน และชี้จุดการเผา โดยในวันนี้ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อแบ่งภารกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการลาดตระเวนหลังได้หารือแนวทางปฏิบัติกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้อากาศยานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของทุกฝ่าย

ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ทุกเช้าในช่วงเวลา 08.00-09.00 น. กลุ่มร่มบินอาสาเชียงใหม่และโดรนจิตอาสา ที่จะขึ้นบินตรวจแนวเชิงเขาทุกวัน ซึ่งแบ่งเป็น 2 จุด คือโซนดอยสุเทพ-ปุย ห้วยตึงเฒ่า จนถึงอำเภอแม่ริม และโซนตำบลแม่เหียะ เพื่อช่วยสำรวจจุดเกิดไฟไหม้ และส่งพิกัดให้กับ เฮลิคอปเตอร์นำไปเป็นข้อมูลวางแผนเพื่อขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ





นอกเหนือจากนั้นจะขึ้นบินสำรวจเฉพาะได้รับการร้องขอ ขณะที่กลุ่มมอเตอร์ไซด์วิบาก จะช่วยเข้าไปลาดตระเวนในพื้นที่ป่าที่ยากต่อการเข้าถึง เพื่อป้องปรามและกดดันผู้ที่จะเผา ซึ่งหากเจอก็จะถ่ายรูปและแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากการลักลอบเข้าไปในป่าช่วงนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

สำหรับการดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการบูรณาการร่วมกันของภาคประชาชนจิตอาสา เพื่อให้สามารถจับกุมผู้จุดไฟเผามาดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เกือบทั้งหมดนั้นมาจากการจุดไฟเผา





ขณะที่สถานการณ์ไฟป่าในเช้าวันนี้พบว่าได้มีจุดความร้อน หรือจุดHotspot ลดลงจากเมื่อานเหลือเพียง 398 จุด โดยจะอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 145 จุด ป่าอนุรักษ์ 234 จุด เขต สปก. 6 จุด ชุมชนและอื่นๆ 12 จุด พื้นที่เกษตร 1 จุด ส่วนปริมาณฝุ่นละออกขนาดเล็กนั้น

จากการตรวจสอบผ่านสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต.ช้างเผือก อ.เมือง, เชียงใหม่ พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่า 170 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่เว็บไซต์ iqair ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานสภาพมลพิษทางอากาศของโลกพบว่า ในเช้าวันนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่อากาศมีมพลพิษมากที่สุดในโลก โดยสามารถตรวจวัดค่าUS AQI ได้มากถึ 287 US AQI





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31