อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

แม่ฮ่องสอน'เคอร์ฟิว'4ทุ่ม-ตี4 ห้าม'ชาวต่างชาติ'เข้าพื้นที่

"แม่ฮ่องสอน" เอาจริงประกาศห้ามออกจากบ้าน 4 ทุ่มถึงตี 4 และห้ามต่างชาติเข้าพื้นที่นาน 14 วัน มีผล 1 เม.ย.หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ อังคารที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 23.51 น.

 
เมื่อวันที่ 31 มี.ค.นายสุวพงศ์  กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงนามในประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ฉบับที่ 3) กำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-15 เม.ย.63

ห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออกเขตพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่ 22.00 - 04.00 น. ยกเว้นเป็นการเดินทางเพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การฆ่าเชื้อโรค การขนส่งสินค้าจำเป็น สินค้าอุปโภค-บริโภค การไปรษณีย์ อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ยานพาหนะเพื่อการกู้ชัพกู้ภัย รถฉุกเฉิน รถพยาบาล และยานพาหนะของทางราชการ หรือที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อเท่านั้น



ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือบริเวณที่พักของตน ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. , ห้ามไม่ให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัด ผู้ที่เดินทางเข้ามาก่อนประกาศนี้มีผลบังคับใช้ เมื่อเดินทางออกจากจังหวัดไปแล้วห้ามเดินทางกลับเข้ามา

ให้ผู้ที่มีสัญชาติไทยที่เดินทางจากกรุงเทพฯและปริมณฑล หรือจังหวัดเสี่ยงที่มีการระบาดของโรคตามที่กรมควบคุมโรคประกาศ เมื่อเดินทางเข้าเขตพื้นที่แม่ฮ่องสอนแล้ว ให้ไปรายงานกับ อสม. หรือผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อท้องที่ และเข้ามาตรการกักกันที่บ้านเป็นเวลา 14 วันนับจากวันที่รับรายงานตัว



กำหนดให้ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักชั่วคราว โฮมสเตย์ รวมทั้งสถานที่ให้บริการในลักษณะที่พักทุกประเภท คัดกรองไข้ก่อนลงทะเบียนผู้เข้าพัก หากเปป็นคนต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวที่มีประวัติเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคฯทันที

ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนประกาศนี้ มีฐานความผิดตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ/หรือเป็นความผิดตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่กิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21