อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 กันยายน 2564

เลขาธิการฯศาลยธ.แจงสถิติคดี 10 วันหลังเคอร์ฟิว

เลขาธิการฯ"ศาลยุติธรรม" เผยยอดผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ช่วงโควิด-19 ระบาด สงกรานต์วันแรก 1,553 คน รวม 10 วันกว่า9 พันคดี อังคารที่ 14 เมษายน 2563 เวลา 18.40 น.


เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยข้อมูลสถิติคดีความผิดตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้รวบรวมสถิติคดีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ภายหลังรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น. โดยไม่มีความจำเป็น และได้มีการผ่อนปรนข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานในช่วงเคอร์ฟิวสำหรับบางอาชีพเพิ่มเติมตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓) ซึ่งมีผลคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา
 
พบว่าในวันที่ 13 เม.ย.ซึ่งเป็นวันแรกของเทศกาลสงกรานต์ มีจำนวนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล ดังนี้ กลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง  1.จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา ทั้งหมด 1,320 คดี 2. จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ ทั้งหมด 1,211 คดี (คิดเป็นร้อยละ 91.74) 3. ข้อหาที่มีการกระทำความผิด 3.1) พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548  จำนวน 1,553 คน (สัญชาติไทย 1,469 คน / สัญชาติอื่น 84 คน) 3.2) พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558   จำนวน 39 คน (สัญชาติไทย 38 คน / สัญชาติอื่น 1 คน) ภาพรวมสถิติคดีสะสมตั้งแต่วันที่ 3 – 13 เมษายน 2563 มีดังนี้ กลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง  1.  จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา ทั้งหมด 9,007 คดี 2.  จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ ทั้งหมด 8,515 คดี (คิดเป็นร้อยละ 94.54)
 

 
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นเทศกาลสงกรานต์ แต่ในปีนี้รัฐบาลประกาศให้งดกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังพบว่ามีผู้กระทำผิดรวมกลุ่มดื่มสุราและเล่นน้ำสงกรานต์อยู่ นอกจากนี้ ยังมีผู้อาศัยช่วงเวลาเคอร์ฟิวก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงอยากฝากความห่วงใยและขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ช่วงเวลานี้สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แต่หากต้องการแสดงออกในวันสงกรานต์ ก็ขอให้ใช้กิจกรรมที่ปลอดภัยแก่ทุกคน เช่น ใช้โซเชียลมีเดีย หรือกิจกรรมในครอบครัวตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ยังคงต้องใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด และสร้างระยะห่างทางสังคมตามแนวทางเพื่อตัวเองและส่วนรวม คือ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 26