อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

เวรเปลสาบานปัดเอาเงิน5พัน ศาลเตี้ยชี้เป็นจำเลยสังคม

หนุ่มเวรเปลกล้าสาบาน ไม่ได้เอาเงิน 5 พันของป้าฟอกไตไป ตอนนี้ตกเป็นจำเลยสังคม ถูกตัดสินด้วยศาลเตี้ย ชี้ตู้เอทีเอ็มที่กดเคยมีปัญหามาแล้ว วอนตำรวจเร่งตรวจสอบความจริงให้ปรากฎ   ศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563 เวลา 20.43 น.


จากกรณีนายรวย โพนรัมย์ อายุ 57 ปี และนางสุนันท์ หะพินรัมย์ อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา ชาว ต.ศรีภูมิ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งนางสุนันท์ เป็นผู้ป่วยติดเตียง ร้องเรียนว่า สงสัยถูกหนุ่มพนักงานเปลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่วานให้ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มแล้วเงินในบัญชีหายไป 5,000 บาท หลังทำการฟอกไตเสร็จกำลังจะนั่งรถกลับบ้าน ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ลูกสาวเพิ่งโอนมาให้ไว้ใช้จ่ายจึงเป็นเหตุให้ต้องได้รับความเดือดร้อน และมีการเสนอข่าวออกไปหลายต่อหลายสื่อฯ 

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 เม.ย.  นายต้น (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี พนักงานเปลโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย พร้อมภรรยาอายุ 30 ปี ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน โดย นายต้น กล่าวว่า วันนั้นป้าสุนันท์ให้ตนเอาบัตรไปกดที่ตู้เอทีเอ็มจริง โดยป้าระบุให้ไปกดเงิน 5,000 บาท โดยตนไปกดที่ตู้ของธนาคารไทยพาณิชย์ แบบกดด่วน โดยไม่ตรวจสอบยอดเงิน เมื่อกดเรียกจำนวนเงิน 5,000 บาท ตู้เอทีเอ็มระบุ "ยอดเงินในบัญชีไม่พอจ่าย” จึงไปกดตู้ของธนาคารกรุงไทยซึ่งอยู่ข้างกัน เมื่อตรวจสอบยอดเงินในบัญชีพบว่ามีเงินเหลือเพียง 1,097 บาท จึงเดินกลับไปหาป้าแจ้งว่า "เงินมีเพียงพันเดียว" จากนั้นลุงจึงเดินมาด้วยกันแล้วไปกดดูพบว่ามีเงินตามที่ตนแจ้งจึงกดมา 1,000 บาท หักค่าธรรมเนียม 10 บาท เหลือเงินในบัญชี 87 บาท จากนั้นตนก็ไปทำงานตามปกติ



"ตอนนี้ตนได้รับผลกระทบอย่างหนักทางด้านสังคม และกล้าสาบานได้ว่าตนไม่ได้เอาเงินของป้าไป ถ้าเอาไปขอให้ครอบครัวไม่มีความสุข ให้มีอันเป็นไป จึงอยากจะวอนสังคมอย่าเพิ่งใช้ศาลเตี้ยตัดสิน และอยากวิงวอนให้ตำรวจเร่งสืบหาข้อเท็จจริงให้เร็วเพื่อคลี่คลายปัญหาครอบครัว เพราะอยากจะอยู่อย่างมีความสุข ทั้งนี้เงินที่หายไปตนไม่โทษใคร เท่าที่ทราบตู้เอทีเอ็มตู้นี้เคยมีปัญหามาแล้ว" นายต้น กล่าว 



ด้านภรรยานายต้น กล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังตกเป็นข่าวครอบครัวตกเป็นจำเลยสังคมทันที ทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนหรือมีหลักฐานการกระทำผิดของสามี ตนในฐานะที่ทำงานแผนกประชาสัมพันธ์รู้สึกหมดกำลังใจ หลังเกิดเหตุไปพบพนักงานสอบสวนหลายครั้ง เพื่อให้เร่งคลี่คลายคดีและอยากจะวอนสังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินแล้วมากล่าวหาโจมตี



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 67