อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

"เคอร์ฟิว"ทำพิษ!"ตร.เมืองลุง" รีด"แม่ค้า"8หมื่นแลกไม่ถูกจับ

แม่ค้าสุดช้ำโดนตำรวจรีด 8 หมื่นแลกกับการไม่ถูกจับฝ่าเคอร์ฟิว มีไม่พอยึดหอย ปู หนักสุดถูกบังคับให้แกะหอยให้ชุดตำรวจที่จับกินแกล้มเหล้า แถมโทรฯมาข่มขู่คุกคาม พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 20.02 น.


 
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พัทลุงว่า แม่ค้าขายอาหารทะเลสด ได้ร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน เนื่องจากจากโดนตำรวจจับกุม หลังจากกลับมารับ หอยและ ปู ปลาทู ในพื้นที่ จ.ตรัง และเดินทางกลับบ้านที่ จ.พัทลุง ซึ่งเป็นช่วงเคอร์ฟิว โดยเหตุเกิดพื้นที่ อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย. ผ่านมา

โดยแม่ค้าคนดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้กลับมาจากรับชื้อกุ้ง ปู และหอย มาจาก จ.ตรัง มุ่งหน้าเข้าบ้านในพื้นที่ เมืองพัทลุง แต่ถูกตำรวจขอตรวจค้นและจับกุมนำตัวส่ง โรงพักเมืองพัทลุง พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือไป ซึ่งตำรวจชุดจับกุม มีระดับสารวัตร นายดาบตำรวจ พร้อมตำรวจฝึกงาน เมื่อมาถึงที่โรงพัก เจ้าหน้าที่บอกว่าตนเองเจอหลายกระทง แต่ขอให้ไปเคลียร์กับสารวัตร



โดยเรียกเงิน 80,000 บาท แต่ตนเองไม่มีจึงขอลดให้เหลือ 40,000 บาท ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากที่ไหน สุดท้ายบอกทางตำรวจว่าขอจ่าย 10,000 บาทก่อน เนื่องจากไม่มีเงินสดจึงได้ขอยืมญาติสามีมาได้ 5,700 บาท แต่ไม่ครบทางตำรวจบอกว่าให้ไปเบิกเงินมาจากตู้ ตนเองบอกว่าไม่มีบัตรเอทีเอ็ม ขอโอนทางโทรศัพท์ โดยผ่านบัญชีดาบตำรวจชุดจับกุมไป แต่เงินไม่ครบ 10,000 บาท ทางชุดจับกุมได้ต่อรอง เอาปู หอย กุ้ง ที่อยู่ในรถ คิดเป็นเงิน 4,300 จนครบ พร้อมกับกำชับว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร



“เมื่อโอนเงินเสร็จ ดิฉันรู้สึกช้ำสุดๆตรงที่ตำรวจชุดนี้ กำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ และให้ดิฉันนั่งแกะหอยนางรมให้พวกเขากิน จนหลังเที่ยงคืนกว่าจะได้กลับบ้าน ตอนนี้ดิฉันกลัวสุดๆ เนื่องจากหลังได้มีการแชร์คลิปลงในโลกออนไลน์ทางตำรวจชุดดังกล่าวโทรฯมาขู่และคุกคาม แม่ค้า กล่าว

ขณะที่พล.ต.ต.กฤษดา แก้วจันดี ผบก.ภจว.พัทลุง กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทราบจากสื่อแล้ว ซึ่งได้ให้ทางผกก.สภ.เมือง รายงานเข้ามาโดยให้รอง ผบก.ภจว.พัทลุง ลงพื้นที่ติดตามเรื่องนี้ ซึ่งหากเป็นไปตามพยานหลักฐานจริง ก็จะดำเนินคดีตามระเบียบและกฎหมายจะไม่ไว้อย่างแน่นอน





 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17